Cơ bản
Giao ngay
Giao dịch tiền điện tử một cách tự do
Giao dịch ký quỹ
Tăng lợi nhuận của bạn với đòn bẩy
Chuyển đổi và Đầu tư định kỳ
0 Fees
Giao dịch bất kể khối lượng không mất phí không trượt giá
ETF
Sản phẩm ETF có thuộc tính đòn bẩy giao dịch giao ngay không cần vay không cháy tải khoản
Giao dịch trước giờ mở cửa
Giao dịch token mới trước niêm yết
Futures
Truy cập hàng trăm hợp đồng vĩnh cửu
TradFi
Vàng
Một nền tảng cho tài sản truyền thống
Quyền chọn
Hot
Giao dịch với các quyền chọn kiểu Châu Âu
Tài khoản hợp nhất
Tối đa hóa hiệu quả sử dụng vốn của bạn
Giao dịch demo
Bắt đầu với Hợp đồng
Nắm vững kỹ năng giao dịch hợp đồng từ đầu
Sự kiện tương lai
Tham gia sự kiện để nhận phần thưởng
Giao dịch demo
Sử dụng tiền ảo để trải nghiệm giao dịch không rủi ro
Launch
CandyDrop
Sưu tập kẹo để kiếm airdrop
Launchpool
Thế chấp nhanh, kiếm token mới tiềm năng
HODLer Airdrop
Nắm giữ GT và nhận được airdrop lớn miễn phí
Launchpad
Đăng ký sớm dự án token lớn tiếp theo
Điểm Alpha
Giao dịch trên chuỗi và nhận airdrop
Điểm Futures
Kiếm điểm futures và nhận phần thưởng airdrop
Đầu tư
Simple Earn
Kiếm lãi từ các token nhàn rỗi
Đầu tư tự động
Đầu tư tự động một cách thường xuyên.
Sản phẩm tiền kép
Kiếm lợi nhuận từ biến động thị trường
Soft Staking
Kiếm phần thưởng với staking linh hoạt
Vay Crypto
0 Fees
Thế chấp một loại tiền điện tử để vay một loại khác
Trung tâm cho vay
Trung tâm cho vay một cửa
Cách đọc Bid Offer để giao dịch tốt hơn: Hướng dẫn đầy đủ cho các nhà giao dịch
ถ้าคุณเพิ่งเข้าสู่วงการเทรดหุ้น คุณอาจเห็นตัวเลขสองตัวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นั่นคือ Bid และ Offer - สิ่งที่ดูไม่สำคัญ แต่จริง ๆ แล้วเป็นกุญแจสำคัญในการทำกำไรได้ดีกว่า บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจลึกลงไปว่ามันทำงานอย่างไร และใช้มันในการเทรดของคุณ
ราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย: พื้นฐานที่ต้องรู้
ในตลาดหุ้นและหลักทรัพย์ทั่วไป ทุกราคาจะมีสองค่า คือ ราคา Bid ที่แสดงถึงราคาสูงสุดที่ผู้ซื้อเต็มใจจ่ายเงิน และ ราคา Offer ที่คือราคาต่ำสุดที่ผู้ขายเต็มใจยอมรับ
ความแตกต่างระหว่างทั้งสองมีชื่อเรียกว่า สเปรด (Bid-Ask Spread) - อันนี้เป็นส่วนที่โบรกเกอร์ของคุณแบ่งปัน ยิ่งสเปรดกว้างขึ้น ยิ่งต้องใช้ต้นทุนในการเทรดมากขึ้น
ตลาดทำงานอย่างไร? เมื่อมีผู้ซื้อเข้ามาจำนวนมาก ราคา Bid จะสูงขึ้น เมื่อมีผู้ขายเข้ามาจำนวนมาก ราคา Offer จะลดลง นั่นคือสัญญาณของอุปสงค์และอุปทานในตลาด
ราคา Bid คืออะไร: ด้านของผู้ซื้อ
ราคา Bid คือเงินที่ผู้ซื้อพร้อมจ่าย มันสะท้อนถึงระดับความต้องการของตลาด ยิ่งมีคนต้องการซื้อมากขึ้น ราคา Bid ก็ยิ่งสูงขึ้น
เหตุผลที่ Bid ต่ำกว่า Offer เสมอ? เพราะผู้ซื้อต้องการประเมินราคาต่ำลง เขาหรือเธออาจรอให้ผู้ขายลดราคาก่อน ในเวลาเดียวกัน ผู้ขายก็รอให้ผู้ซื้ออุตส่าห์ขึ้น กลายเป็นการต่อรองที่เกิดขึ้นทุกวินาที
ในการเทรดผ่านนายหน้าหรือโบรกเกอร์ ผู้ลงทุนที่ต้องการขายหุ้นจะต้องรู้ว่าราคา Bid ปัจจุบันเป็นจำนวนเงินที่เขาจะได้จริง ๆ หากขายในทันที
ราคา Offer คืออะไร: ด้านของผู้ขาย
ราคา Offer คือราคาขายที่ผู้ขายกำหนด นี่คือจำนวนที่คุณต้องจ่ายหากต้องการซื้อหุ้นนั้นทันที ผู้ขายเสนอราคาเหล่านี้โดยเบื้องหลังคือความคาดหวังว่าหลักทรัพย์ของพวกเขาควรมีค่าเท่าไหร่
ผู้ซื้อที่ต้องการดำเนินการmarket order จะต้องยอมรับราคา Offer ปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ราคา Offer จึงสูงกว่า Bid เสมอ เพราะความเสี่ยงและความล่าช้าในการค้นหา
เหตุใด Bid Offer จึงสำคัญกับเทรดเดอร์
อาจดูเหมือนว่ารูป Bid-Offer เป็นเพียงแค่ตัวเลขนอย่างไร แต่มันบอกเรื่องราวที่สำคัญมากมายเกี่ยวกับตลาด:
สัญญาณความสภาพคล่อง: เมื่อสเปรดแคบ (Bid และ Offer เกือบเท่ากัน) มันหมายความว่าตลาดมีคนซื้อขายเยอะ และคุณสามารถเข้าหรือออกตำแหน่งได้ง่าย
ความเสี่ยง: สเปรดกว้างหมายถึงต้นทุนซ่อนในการเทรด บางครั้งมันมีขนาดใหญ่พอที่จะกินกำไรของคุณก่อนที่คุณจะเริ่ม
โอกาสสเปเลเต: นักเทรดมืออบาสสามารถใช้ความแตกต่างระหว่าง Bid และ Offer เพื่อทำกำไรได้ ซึ่งเรียกว่า arbitrage
ข้อดีข้อเสียของการใช้ Bid Offer ในเทรด
ข้อดี:
ข้อเสีย:
วิธีอ่าน Bid Offer เพื่อเทรดฉลาด
หากคุณสังเกตดู คุณจะเห็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลง:
1. Bid แคบ Offer แคบ - ตลาดเริ่มมีแนวโน้ม แต่ยังไม่มี volume มากพอ
2. Bid แคบ Offer กว้าง - สัญญาณที่นักเทรดขนาดใหญ่เตรียมขึ้น
3. Bid กว้าง Offer แคบ - ลักษณะของตลาดปลายเทรนด์
4. Bid กว้าง Offer กว้าง - ตลาดร้อนที่สุด volume สูงสุด
เปรียบเทียบ Bid และ Offer: ตารางฉบับเต็ม
กรณีศึกษา: นักลงทุนมือใหม่กับการเทรด
สมาชิกคนหนึ่งต้องการซื้อหุ้นของ Security A ในราคา 173 ดอลลาร์ต่อหุ้น เขาสั่งซื้อ 10 หุ้น คาดว่าจะจ่าย 1,730 ดอลลาร์ แต่ตรวจสอบใบเสร็จแล้วพบว่าจ่าย 1,731 ดอลลาร์
เขาสับสนจนกว่าจะตระหนักว่า ราคา 173 ดอลลาร์ที่เขาเห็นคือราคาของธุรกรรมล่าสุด แต่ราคาจริงที่ต้องจ่ายคือราคา Offer ที่ 173.10 ดอลลาร์ คำส่วนนั้น 0.10 ดอลลาร์ต่อหุ้นเป็นสเปรด
นี่คือบทเรียนง่าย ๆ: อย่าเชื่อตัวเลขล่าสุด เสมอมองทั้ง Bid และ Offer
ระเบียบของหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน: ทำไมสเปรดต่างกัน
หุ้นขนาดใหญ่ (Apple, Tesla) มี volume สูงมาก สเปรดของพวกมันอาจแคบเพียง 0.01-0.05 ดอลลาร์ ในขณะที่หุ้นขนาดเล็กหรือต่างประเทศ อาจมีสเปรด 0.5-1 ดอลลาร์ หรือมากขึ้น
พันธบัตรและตราสารหนี้ มักจะมีสเปรดที่กว้างกว่าเนื่องจากการซื้อขายน้อยกว่า
สกุลเงินในตลาด forex มีสเปรดแคบมากเพราะ volume ใหญ่หลวง แต่สกุลเงินเล็ก ๆ หรือสกุลเงินอื่น ๆ อาจมีสเปรดกว้างกว่า
สัญญาณที่เทรดเดอร์ควรจับเอา
สัญญาณบวก:
สัญญาณลบ:
เทคนิกการอ่าน Bid Offer ขั้นสูง
ผู้เชี่ยวชาญใช้ Bid-Ask Spread เพื่ออ่านจิตใจตลาด:
Watch the depth of the book - ไม่เพียงแต่ Bid/Offer ราคาแรก ลองมองลงไปที่ 5-10 ราคาถัดไป ถ้าเห็นผู้ซื้อหลายคนในที่ระดับเดียว แสดงว่ามีความต้องการที่แท้จริง
Track the movement - ดูว่าราคา Bid และ Offer เคลื่อนไหวไปไหน มันบอกทิศทางก่อนที่ราคาจะเปลี่ยน
Compare across time - สเปรดในเช้า vs บ่าย vs เย็น ต่างกัน ใช้เวลาที่สเปรดแคบที่สุดในการทำธุรกรรม
สรุปตัวตั้ง
Bid และ Offer ไม่ใช่แค่ตัวเลขสุ่ม พวกมันเป็นสะท้อนของจิตใจตลาด ทีมทำกำไร และทีมขาดทุน ยิ่งคุณเข้าใจว่าพวกมันทำงานอย่างไร ยิ่งคุณจะเทรดได้ดีขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลาหลายปีเพื่อเข้าใจศิลปะของการอ่าน Bid-Ask Spread อย่างลึกซึ้ง แต่ถ้าคุณเริ่มจับตอนนี้ และฝึกบนตลาด คุณจะเห็นว่ามันเป็นเครื่องมือทรงคุณค่า ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณประหยัดค่าธรรมเนียม แต่ยังช่วยให้คุณทำการตัดสินใจที่ดีขึ้น
และอย่าลืม: ในโลกของเทรด ความแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญ และการเข้าใจ วิธีอ่าน bid offer คือหนึ่งในเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับสำเร็จ