ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเรียนรู้การเทรด คุณอาจเคยได้ยินคำว่า รูปแบบราคา มากมายหลากหลาย วันนี้เลยอยากมาแชร์ความเข้าใจของตัวเอง เพราะจริง ๆ มันเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างมีประโยชน์และไม่ยุ่งยากเท่าที่คิด



Price Pattern พูดง่าย ๆ ก็คือ รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาต่าง ๆ ความคิดหลักคือ ราคาในอดีตมักจะทำซ้ำรูปแบบเดิม ถ้านักเทรดสามารถจำรูปแบบเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถคาดการณ์ว่าราคาจะไปไหนต่อได้ดีขึ้น ที่จริงแล้ว Price Pattern เหล่านี้สะท้อนการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อ (Demand) และแรงขาย (Supply) ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาจริง ๆ

มันแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

กลุ่มแรกคือรูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns) ซึ่งบ่งบอกว่าเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นกำลังจะสิ้นสุด และจะเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม มักเกิดขึ้นในจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของรอบ

กลุ่มที่สองคือรูปแบบยืนยันความต่อเนื่อง (Continuation Patterns) ซึ่งแสดงว่าราคาเพียงแค่พักตัวชั่วคราว แต่เทรนด์จะยังคงไปในทิศทางเดิมต่อไป เป็นการสะสมกำลังใหม่ก่อนที่จะวิ่งต่อ

กลุ่มที่สามคือรูปแบบที่ราคากำลังเลือกทาง (Bilateral Patterns) ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะไปขึ้นหรือลง เพราะแรงซื้อและแรงขายยังอยู่ในสถานะปะทะกัน

แล้วเรามาดู 10 รูปแบบที่ควรรู้กัน

Head and Shoulders เป็นรูปแบบกลับตัวที่พบได้บ่อยมากในจุดสูงสุดของเทรนด์ขาขึ้น มันมีลักษณะเป็นไหล่ซ้าย หัว แล้วไหล่ขวา เมื่อราคาทะลุผ่าน Neckline ลง ก็ยืนยันว่าเทรนด์กำลังจะกลับตัวเป็นขาลง

Double Top คือการทำจุดสูงสองครั้งที่ระดับใกล้เคียงกัน เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อกำลังอ่อนลง และราคาจะลดลง

Double Bottom เป็นส่วนกลับของ Double Top คือการทำจุดต่ำสองครั้ง เมื่อราคาทะลุขึ้นไป ก็บ่งบอกว่าเทรนด์จะกลับขึ้น

Rounding Bottom มีลักษณะเป็นครึ่งวงกลมในจุดต่ำสุด ราคาค่อย ๆ ลดต่ำลง แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมา ซึ่งแสดงว่ากำลังเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้น

Cup and Handle คล้ายกับ Rounding Bottom แต่มี "หู" เพิ่มเติม ราคาฟอร์มตัวแบบถ้วย แล้วเหวี่ยงตัวกลับขึ้นมาสักครู่ (นี่คือหู) ก่อนจะเบรคเอาท์ขึ้นไปจริง ๆ

Wedges หรือลิ่ม มีลักษณะเป็นกรอบที่บีบแคบลงเรื่อย ๆ เมื่อเกิดที่ปลายเทรนด์ขาขึ้น (Rising Wedge) ก็จะกลับตัวเป็นขาลง เมื่อเกิดที่ปลายเทรนด์ขาลง (Falling Wedge) ก็จะกลับตัวเป็นขาขึ้น

Pennant และ Flags เป็นรูปแบบยืนยันความต่อเนื่อง เมื่อราคาวิ่งแรงในทิศทางเดียว แล้วเริ่มพักตัวในกรอบสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ (Flags) หรือสามเหลี่ยมเล็ก ๆ (Pennant) ก่อนจะวิ่งต่อในทิศทางเดิม

Ascending Triangle เกิดขึ้นในเทรนด์ขาขึ้น ราคาทำจุดต่ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่จุดสูงพอ ๆ กัน เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป ก็จะวิ่งต่อขึ้น

Descending Triangle เป็นส่วนกลับของ Ascending Triangle เกิดในเทรนด์ขาลง ราคาทำจุดสูงที่ต่ำลงเรื่อย ๆ แต่จุดต่ำพอ ๆ กัน เมื่อราคาทะลุแนวรับลงไป ก็จะวิ่งต่อลง

Symmetrical Triangle เป็นรูปแบบที่ราคากำลังเลือกทาง ราคาเคลื่อนไหวในกรอบสามเหลี่ยมที่แคบลงเรื่อย ๆ เพราะแรงซื้อและแรงขายสมดุลกัน เมื่อไหร่ที่มีฝ่ายชนะ ราคาก็จะเบรคเอาท์ไปในทิศทางนั้น

ตรงนี้สำคัญนะ ก่อนจะไปใช้ Price Pattern จริง ๆ ต้องระวังอยู่หลายอย่าง

การตีความ Price Pattern ค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว นักเทรดคนละคนอาจเห็นรูปแบบเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน Price Pattern ในเฟรมเวลาสั้น ๆ มีโอกาสถูกบิดเบือนได้ง่ายกว่าเฟรมเวลายาว ปริมาณการซื้อขายที่บาง ๆ ก็ทำให้รูปแบบอาจไม่น่าเชื่อถือ

นักเทรดที่มีประสบการณ์มักไม่ใช้ Price Pattern คนเดียว แต่จะรวมกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น Indicators เพื่อให้แม่นยำมากขึ้น

สรุปคือ Price Pattern เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ค่อนข้างมีประโยชน์สำหรับนักเทรดมือใหม่ มันไม่ยุ่งยาก และสามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก แต่ความแม่นยำก็ต้องมาจากการฝึกฝน การสังเกต และการผสมผสานกับเครื่องมืออื่น ๆ ให้ดี ลองดูรูปแบบต่าง ๆ บน Gate และฝึกฝนดู ก็จะเข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan