ผมเพิ่งสังเกตเห็นเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเยนญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถ้าคุณติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด คงจะเห็นว่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2564 เมื่อเทียบกับเงินบาทไทย ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนเยน/บาทลดลงมากกว่า 30% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างมีนัยสำคัญ



สิ่งที่ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงนั้นมีหลายปัจจัย เริ่มจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่ยังคงรักษานโยบายผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารกลางอื่นๆ เช่น เฟด และ ECB เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ ความแตกต่างนี้ในนโยบายดอกเบี้ยทำให้ความต้องการเงินเยนลดลง

นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังคงเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4-5 ของโลก โดยมีขนาด GDP ประมาณ 4.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เยนยังคงเป็นสกุลเงินหลักในการซื้อขายระหว่างประเทศ และถือว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ แต่ภาวะเศรษฐกิจและนโยบายของญี่ปุ่นแตกต่างจากประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ทำให้การวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินเยนไม่ง่ายเลย

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ปี 2025 ผมเห็นว่ามีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรายเดือนจาก 9 ล้านล้านเยนเหลือ 7.5 ล้านล้านเยน ค่าเงินเยนต่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 0.2130 เป็น 0.2176 ซึ่งเป็นการดีดตัวจากแนวรับระยะยาว อย่างไรก็ตาม เงินบาทไทยก็ได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ค่าเงินเยนยังคงอยู่ภายใต้ความกดดัน

ตอนนี้ในปี 2026 สถานการณ์ค่อนข้างน่าสนใจ ถ้าดูจากกราฟระยะยาว อัตราแลกเปลี่ยน JPY/THB อยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2012 เยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 0.2150-0.2250 ซึ่งเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ระดับแนวรับในอดีต หากแนวรับนี้ยังคงอยู่ ค่าเงินเยนอาจค่อยๆ แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.2300-0.2400 ในปี 2026

ปัจจัยที่ต้องจับตามองสำหรับแนวโน้มค่าเงินเยนในปีนี้มีอยู่หลายประการ อย่างแรก ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ เมื่อเงินเฟ้อโลกเริ่มทรงตัว ธนาคารกลางหลักๆ อาจใช้มาตรการผ่อนคลายที่เป็นกลางมากขึ้น หากเฟดลดอัตราดอกเบี้ยลงขณะที่ญี่ปุ่นค่อยๆ คุมเข้มนโยบาย ความแตกต่างนี้อาจหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น

ประการที่สอง การเคลื่อนไหวของนโยบายการเงินของญี่ปุ่นนั้นสำคัญมาก ธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะออกจากนโยบายผ่อนคลายขั้นรุนแรง การยุติอัตราดอกเบี้ยติดลบหรือการแก้ไข YCC อาจช่วยหนุนค่าเงินเยนได้ แต่จังหวะเวลายังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

ประการที่สาม การส่งเงินทุนกลับประเทศและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนสถาบันของญี่ปุ่นอาจย้ายเงินทุนกลับประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดเกิดใหม่ การส่งเงินทุนกลับประเทศที่เพิ่มขึ้นมักช่วยหนุนค่าเงินเยน นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียอาจเพิ่มความต้องการเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยระดับภูมิภาค

จากการวิเคราะห์ตัวชี้วัดทางเทคนิคในกรอบเวลาระยะสั้น มี 7 ตัวชี้วัดส่งสัญญาณขาย มี 1 ตัวส่งสัญญาณซื้อ และ 5 ตัวส่งสัญญาณกลาง ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มีการกระจายตัวเท่าๆ กัน บ่งชี้ว่าไม่มีแนวโน้มทิศทางที่ชัดเจน แต่แรงกดดันขาลงยังคงเห็นได้ชัด ทำให้เทรดเดอร์ควรระมัดระวัง แม้ว่าแนวโน้มปัจจุบันจะเป็นลบ แต่ระดับการสนับสนุนในระยะยาวอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการกลับตัวที่อาจเกิดขึ้นได้

โดยสรุป แนวโน้มค่าเงินเยนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนในตลาดโลกมองข้ามไม่ได้ เนื่องจากเป็นสกุลเงินหลักที่เชื่อมความสัมพันธ์ถึงสินทรัพย์อื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และภาพรวมตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปี 2026 อาจเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของค่าเงินเยน ขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นและปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan