เมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณเปิดโลกโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็น NFT ปรากฏขึ้นทุกที่ บ้างก็ว่าเป็นบับเบิลที่จะแตกได้เร็วๆ บ้างก็บอกว่ามันคือเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก แล้ว nft คืออะไร จริงๆ ที่ทำให้มันมีคนพูดถึงกันหนาหูขนาดนี้



มาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อน NFT ย่อมาจาก Non-Fungible Token ซึ่งแปลตรงๆ ก็คือ "เหรียญโทเค็นที่ไม่สามารถทดแทนได้" ความหมายคือแต่ละเหรียญ NFT มีความเฉพาะตัว ไม่เหมือนกับบิทคอยน์หรือเหรียญคริปโตอื่นๆ ที่ทุกเหรียญมีค่าเท่ากันและสามารถแลกเปลี่ยนกันได้อย่างง่ายดาย

ลองนึกภาพแบบนี้ถ้าคุณยืมเงิน 100 บาทจากเพื่อน เพื่อนไม่สนใจว่าจะเป็นแบงค์ร้อยใบไหน เพราะแบงค์ร้อยทั้งหมดมีค่าเท่ากัน แต่ถ้าคุณยืมรูปภาพวาดต้นฉบับจากเพื่อน เพื่อนจะต้องขอให้คุณคืนรูปภาพนั้นเดียวกัน ไม่ใช่รูปภาพอื่นแทน นั่นแหละคือความแตกต่างระหว่าง nft คืออะไร กับเหรียญคริปโตทั่วไป

NFT ถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งหมายความว่าข้อมูลทั้งหมดเก็บไว้บนเครือข่ายแบบกระจาย ไม่มีใครสามารถแก้ไขหรือลบมันได้ ส่วนใหญ่ NFT จะรันบน Ethereum แม้ว่ามีเครือข่ายอื่นๆ ที่รองรับก็ตาม

เรื่องราวของ nft คืออะไร ก็เริ่มจากการที่มันมีคุณสมบัติ 4 ประการ ประการแรก มันเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่ของจริงที่จับต้องได้ แต่เป็นไฟล์ (ภาพ วิดีโอ เพลง) ที่เก็บบนบล็อกเชน ประการที่สอง มันไม่สามารถแบ่งเป็นหน่วยย่อยได้ คุณไม่สามารถแบ่ง NFT หนึ่งเหรียญเป็น 0.5 ได้ ประการที่สาม มันมีความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทดแทนได้ ประการที่สี่ มันรันบนบล็อกเชนเฉพาะเจาะจง ไม่สามารถย้ายไปใช้บนบล็อกเชนอื่นได้

ตกลง nft คืออะไร แล้วมันใช้ทำอะไรได้บ้าง ในปัจจุบัน NFT ถูกนำมาใช้ในหลายวงการ ตั๋วคอนเสิร์ตสามารถเป็น NFT ได้ ทำให้ป้องกันการปลอม ในวงการแฟชั่น ยี่ห้อหรูหราสามารถแนบ NFT กับสินค้าเพื่อพิสูจน์ของแท้ได้ ในวงการเกม ไอเท็มหายากในเกมสามารถเป็น NFT ได้ ผู้เล่นสามารถซื้อขายกับผู้เล่นคนอื่นได้จริงๆ ศิลปินสามารถขายงานศิลปะดิจิทัลของตนเอง ผู้สะสมสามารถเก็บสะสมของหายากที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

บางคนก็ยังสงสัยว่า nft คืออะไร จึงควรลงทุนหรือไม่ ข้อดีของมันก็คือ มันช่วยพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ป้องกันการลอกเลียน และสามารถตั้งเงื่อนไขการขายต่อ (เช่น ศิลปินสามารถได้ส่วนแบ่งเปอร์เซนต์เมื่อมีการขายต่อ) แต่ข้อเสียก็มี ตลาด NFT ยังเป็นตลาดเก็งกำไรที่มีความไม่แน่นอนสูง มูลค่าพื้นฐานคำนวณได้ยาก เพราะมันขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อขายล้วนๆ มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินได้

การสร้าง NFT นั้นไม่ยุ่งยากเท่าที่คิด ขั้นตอนแรกคือเตรียมไฟล์ผลงาน (ภาพ วิดีโอ เพลง) ขั้นตอนที่สองเลือกบล็อกเชน (ส่วนใหญ่ใช้ Ethereum) ขั้นตอนที่สามตั้งค่ากระเป๋าเงินดิจิทัล (MetaMask เป็นตัวเลือกยอดนิยม) ขั้นตอนที่สี่เลือกแพลตฟอร์ม (OpenSea เป็นตลาด NFT ที่ใหญ่ที่สุด) ขั้นตอนที่ห้าอัปโหลดไฟล์ขึ้นมา คุณต้องจ่ายค่าแก๊ส (Ethereum) ซึ่งอาจอยู่ที่ 20-40 ดอลลาร์ ขั้นตอนที่หกตั้งราคาและลงขาย

แต่ก่อนที่จะลงทุน มีข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ ประการแรก ตรวจสอบผู้ขายว่ามีเครื่องหมายยืนยันหรือไม่ ประการที่สอง ดูค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม (OpenSea เก็บ 2.5%) ประการที่สาม ตรวจสอบผลงานอื่นของผู้ขายเพื่อดูแนวโน้มราคา ประการที่สี่ เข้าใจว่า NFT ที่คุณซื้อมาจะให้สิทธิในการเป็นเจ้าของไฟล์ดิจิทัลเท่านั้น ลิขสิทธิ์ยังคงเป็นของศิลปินต้นฉบับ

ในประเทศไทย กลต. ได้วางแนวทางว่า NFT ที่เป็นงานศิลปะสามารถซื้อขายได้ แต่ไม่สามารถทำได้บน "ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล" ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกลต.

เรื่องราวของ nft คืออะไร และอนาคตของมัน ยังคงเป็นคำถามใหญ่ ตลาดนี้ยังใหม่มากและมีความเสี่ยงสูง แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ตราบใดที่บล็อกเชนยังดำเนินการ ข้อมูล NFT จะยังอยู่ตลอดไป ไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ แม้ว่างานศิลปะต้นฉบับจะเสื่อมสลายไปตามเวลา NFT ก็จะคงอยู่เหมือนเดิม

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณสนใจลงทุนใน NFT ลองเริ่มจากจำนวนเงินที่ไม่มากนัก ซื้อผลงานที่คุณรู้สึกว่ามีคุณค่าจริงๆ อย่ากลัวที่จะขาดทุน เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของเกม ถ้าคุณยังงงกับ nft คืออะไร ลองเข้าไปดู OpenSea ดูสักครั้ง คุณจะเห็นหลากหลายผลงาน จากรูปศิลปะ ไปจนถึงของสะสมดิจิทัล คุณอาจจะหาสิ่งที่ทำให้หัวใจสั่นไหวได้
ETH1,53%
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim