เพิ่งสังเกตเห็นว่า แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ พรุ่งนี้ไม่ได้ชัดเจนเหมือนที่คิดไว้เลย ตั้งแต่ FED หยุดการลดดอกเบี้ยในต้นปีนี้ ดอลลาร์ก็เข้าสู่ภาวะที่ไม่มีทิศทางแน่นอน



มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ ดัชนี DXY ที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล แสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก ช่วงปี 2551-2554 ดอลลาร์อ่อนค่าเนื่องจาก FED ใช้นโยบาย QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วมาถึงช่วง 2555-2557 วิกฤตหนี้ยุโรปกลับทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เพราะนักลงทุนหนีเข้าหา Safe Haven

จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดขึ้นช่วง 2557-2559 เมื่อ FED ประกาศยุติ QE และขึ้นดอกเบี้ย ดัชนี DXY พุ่งจาก 80 ไปแตะ 100 จุด เป็นการเคลื่อนไหวที่ดุเดือดมาก แล้วถึงช่วง 2565-2566 เมื่อเงินเฟ้อพุ่งสูง FED ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ดอลลาร์ก็ทะยานไปถึง 114 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี

แต่ตรงนี้เองที่เรื่องมันเริ่มน่าสนใจ ตั้งแต่ FED เริ่มลดดอกเบี้ยในสิงหาคม 2567 ดอลลาร์ก็เริ่มอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน จากระดับ 108 ลงมาถึง 99 ตลาดคิดว่าวงจรขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ พรุ่งนี้ดูเหมือนจะลงต่อ

แล้วเข้าปีนี้ สิ่งประหลาดใจก็เกิดขึ้น FED หยุดการลดดอกเบี้ยชั่วคราว และคงอัตราไว้ที่ 4.25-4.50% ตลอดครึ่งปีแรก ทำให้ดอลลาร์ไม่ได้อ่อนค่าต่อไปตามที่คาดการณ์ แต่กลับแกว่งตัวในกรอบแคบๆ บริเวณ 96.50-98.50 จุด

ความไม่แน่นอนนี่ล่ะที่ทำให้นักลงทุนสับสน ดัชนี DXY กำลังสร้างฐานราคาที่ 97.00 จุด ถ้าสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจจะเห็นการฟื้นตัวกลับขึ้น แต่ถ้าหลุดลงมา ก็เป็นสัญญาณว่าดอลลาร์พร้อมเข้าขาลงต่อ

ในระยะยาว แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ พรุ่งนี้ยังคงได้รับแรงกดดันจากปัญหาขาดดุลงบประมาณและการค้าของสหรัฐฯ ที่สูงมาก นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) ที่อาจเร่งตัวขึ้น ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ เริ่มเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำและสกุลเงินอื่นในทุนสำรองของพวกเขา

แต่กระบวนการนี้ยังต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษ เพราะยังไม่มีสกุลเงินใดในโลกที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าดอลลาร์ได้ ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก และใช้ในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ ตั้งแต่น้ำมัน ทองคำ ไปจนถึง Bitcoin

เรื่องของการลงทุนในสภาวะแบบนี้ ถ้าดอลลาร์อ่อนค่าลงจริงๆ ทองคำก็น่าสนใจเพราะมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับค่าเงิน ลงทุนผ่าน ETF ก็สะดวกและมีสภาพคล่องสูง สำหรับคนที่เข้าใจ Forex ก็อาจลอง Short ดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินที่แข็งแกร่ง เช่น ยูโรหรือเยน

หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ก็มักได้ประโยชน์เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า เพราะบริษัทเหล่านี้มีรายได้จากต่างประเทศเยอะ ราคาหุ้นพวกนี้พุ่งเพราะหลังครึ่งปลายปีที่แล้วเมื่อ FED เริ่มลดดอกเบี้ย แต่ชะลอตัวหลังจากที่ FED หยุดการลด Bitcoin และ Crypto อื่นๆ ก็ไปในทางเดียวกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการกระจายความเสี่ยง อย่าทุ่มเททั้งหมดไปกับกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่ง ผสมผสานหลายๆ กลยุทธ์เข้าด้วยกัน และปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง ติดตามปัจจัยพื้นฐานและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันท่วงทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

ขณะนี้ แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ พรุ่งนี้ยังคงอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน แต่ในระยะยาว ปัจจัยเชิงโครงสร้างชี้ว่าทิศทางขาลงยังคงเป็นภาพใหญ่ แต่จังหวะเวลาและเส้นทางอาจจะผันผวนมากกว่าที่เคยคาดการณ์
BTC-0,05%
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim