เรื่องของ qt คือ อะไรนี่เป็นสิ่งที่นักลงทุนหลายคนมักจะมองข้ามไป แม้ว่ามันส่งผลต่อตลาดเงินและตลาดทุนได้อย่างมากมาย



เมื่อธนาคารกลางประกาศทำ QE ทุกคนก็รู้ว่าเงินจะไหลเข้าสู่ระบบ ราคาสินทรัพย์ก็จะพุ่งขึ้น แต่เมื่อพูดถึง QT ซึ่ง qt คือ ด้านตรงกันข้ามของ QE นั่นหละ คนส่วนใหญ่ดูจะไม่สนใจเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่มันส่งผลกระทบได้เท่าๆ กัน

พูดง่ายๆ ว่า qt คือ การดึงเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ธนาคารกลางไม่สามารถทำ QE ต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะมันจะทำให้งบดุลของธนาคารกลางขยายตัวไม่หยุด อีกด้านหนึ่ง การอัดฉีดเงินเข้าระบบนานๆ ก็ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อที่ยากต่อการควบคุม ดังนั้นการสิ้นสุด QE ต้องตามมาด้วย QT

การทำ QT มีสองแบบ แบบแรกคือ Passive Tightening ซึ่งเป็นการปล่อยให้สินทรัพย์ที่ธนาคารกลางถือไว้หมดอายุลงเฉยๆ โดยไม่ต่ออายุ วิธีนี้จะดึงเงินออกจากระบบโดยไม่กระทบตลาดมากนัก แบบที่สองคือ Active Tightening ซึ่งเป็นการขายสินทรัพย์ออกมาโดยตรง วิธีนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดมากกว่าเพราะธนาคารกลางเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดเอง

ลองมองย้อนไปในอดีตดู ครั้งแรกที่มีการทำ QT ก็คือหลังจากวิกฤตการเงินปี 2008 เบน เบอร์นันเก ผู้นำธนาคารกลางสหรัฐในสมัยนั้น ได้ทำ QE สามรอบระหว่างปี 2009 ถึง 2014 ด้วยวงเงินกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อเข้าปี 2013 ธนาคารกลางเริ่มเสนอว่าจะลดวงเงิน QE ก็เกิด "Taper Tantrum" ขึ้น นักลงทุนตกใจเร่งขายพันธบัตร ราคาพันธบัตรร่วงลง ผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้น ความผันผวนเกิดขึ้นทั่วตลาด แม้ว่ายังไม่มีการลดวงเงิน QE จริงๆ แต่ผลกระทบจากการคาดการณ์ก็เกิดขึ้นแล้ว

การทำ QT จริงๆ ตามมาในปี 2015 เมื่อ เจเน็ต เยลเลน เป็นประธานธนาคารกลาง Taper Tantrum ไม่เพียงกระทบตลาดพันธบัตรสหรัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ด้วย ในปี 2013 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 22.29% ฟิลิปปินส์ลง 21.2% อินโดนีเซียลง 18.18%

แล้วมาถึงครั้งที่สองที่เกิด QT อีกครั้ง เมื่อเดือนมีนาคม 2020 โลกถูกช็อกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารกลางสหรัฐประกาศเข้าทำ QE ด้วยวงเงินกว่า 700 พันล้านดอลลาร์ในเดือนแรก การทำ QE รอบนี้กินเวลาตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2021 สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือหุ้นเทคโนโลยีและสกุลเงินดิจิทัล

เมื่อปลายปี 2021 สัญญาณเงินเฟ้อเริ่มปรากฏขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐจึงประกาศเริ่มลดวงเงิน QE ลดการซื้อพันธบัตรจากเดือนละ 80 พันล้านเหลือ 70 พันล้าน และลดการซื้อ MBS จากเดือนละ 40 พันล้านเหลือ 35 พันล้าน ต่อมาในเดือนธันวาคม 2021 ก็เร่งอัตราการทำ QT ขึ้นอีก ลดการซื้อพันธบัตรเหลือเดือนละ 50 พันล้าน และ MBS เหลือ 25 พันล้าน

ผลของการทำ QT ครั้งนี้ก็คือ Inverted Yield Curve ปรากฏขึ้นในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นทันที หุ้นเทคโนโลยีและสกุลเงินดิจิทัลที่เคยขึ้นแรงก่อนหน้านี้ก็ได้ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ใน 2022 NASDAQ ลงจากจุดสูงสุด 34.08% บิทคอยน์ลดลง 65.94%

แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ผลข้างเคียงที่ยากต่อการมองเห็นของ QE และ QT นั่นคือเงินเฟ้อที่กระทบต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือคนธรรมชาติ ดังนั้น qt คือ มาตรการที่มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน

สำหรับนักลงทุน การเข้าใจว่า qt คือ อะไร และมันส่งผลต่อตลาดอย่างไรนั้นสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เราเห็นโอกาสและปกป้องพอร์ตในเวลาที่เหมาะสม ธนาคารกลางจะยังคงใช้เครื่องมือเหล่านี้ต่อไปในอนาคต ดังนั้นการติดตามและเข้าใจมาตรการทางการเงินของพวกเขาจึงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การลงทุน
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim