ถ้าคุณเคยสงสัยว่าทำไมบริษัทบางแห่งต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแม้ว่าไม่มีการขายสินค้าเลย ก็เพราะมีต้นทุนที่คงที่อยู่เสมอ ซึ่งนี่คือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ



จริงๆ แล้วต้นทุนในธุรกิจแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือต้นทุนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิต ความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้มีความสำคัญมากต่อการตัดสินใจด้านการลงทุนและการกำหนดราคาสินค้า

มาเริ่มจากต้นทุนคงที่ก่อน ต้นทุนนี้มีลักษณะเฉพาะคือมันไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าคุณจะผลิตสินค้าเท่าไร ไม่ว่าจะเดือนนี้ขายได้เยอะหรือขายได้น้อย ต้นทุนเหล่านี้ยังคงจ่ายเท่าเดิม เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าเดือนของพนักงาน ค่าประกันธุรกิจ หรือแม้แต่ดอกเบี้ยจากเงินกู้ที่ธุรกิจต้องชำระทุกเดือน

ทำไมต้นทุนประเภทนี้ถึงสำคัญ เพราะมันเป็นภาระที่บริษัทต้องรับอยู่ตลอด ไม่ว่าธุรกิจจะเติบโตหรือตกต่ำก็ตาม การเข้าใจต้นทุนคงที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้น และรู้ว่าต้องขายสินค้าอย่างน้อยเท่าไรถึงจะครอบคลุมต้นทุนพื้นฐานนี้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือค่าเช่าโรงงาน ไม่ว่าคุณจะผลิตสินค้าหนึ่งชิ้นหรือหนึ่งพันชิ้น คุณยังต้องจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน เงินเดือนของทีมจัดการก็เช่นกัน พวกเขาต้องได้รับเงินเดือนตามที่ตกลงไว้ไม่ว่าเดือนนี้ยอดขายจะดีหรือไม่ดี

ตรงกันข้ามกับต้นทุนผันแปร นี่คือต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิตหรือการขาย ยิ่งคุณผลิตมากเท่าไร ต้นทุนนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น variable cost ประเภทนี้รวมถึงค่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ค่าแรงงานโดยตรงของคนที่ทำงานในสายการผลิต ค่าพลังงานและน้ำที่ใช้ในโรงงาน หรือค่าบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งสินค้า

สมมติว่าคุณผลิตเสื้อ ถ้าคุณผลิตเสื้อ 100 ตัว คุณต้องซื้อผ้า 100 ตัวมูลค่า ถ้าผลิต 500 ตัว ค่าผ้าก็เพิ่มขึ้นไป ค่าจ้างคนในโรงงานที่ทำงานตามปริมาณการผลิตก็เช่นกัน ค่าไฟที่ใช้ในการผลิตสินค้ามากขึ้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ความสำคัญของการแยกแยะสองประเภทต้นทุนนี้คือช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างฉลาด ถ้าคุณรู้ว่าต้นทุนไหนเป็นต้นทุนคงที่ คุณจะรู้ว่าต้องขายให้ถึงจุดคุ้มทุนเท่าไร ถ้าคุณรู้ว่าต้นทุนไหนเป็น variable cost คุณสามารถหาวิธีลดต้นทุนได้ เช่น เจรจาราคากับซัพพลายเยอร์ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดค่าวัตถุดิบต่อหน่วย

การรวมเข้าด้วยกันและวิเคราะห์ต้นทุนทั้งสองประเภทนี้เรียกว่าการวิเคราะห์ต้นทุนผสม วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจโครงสร้างต้นทุนของตนเองได้ลึกซึ้ง และมีข้อมูลพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจสำคัญๆ เช่นการกำหนดราคาสินค้า การวางแผนการผลิต หรือการประเมินว่าการลงทุนใหม่จะเป็นประโยชน์หรือไม่

เมื่อคุณตัดสินใจกำหนดราคาสินค้า คุณต้องแน่ใจว่าราคาสามารถครอบคลุมทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร และยังเหลือกำไรให้ธุรกิจ ถ้าคุณกำหนดราคาต่ำเกินไป แม้ว่าคุณจะขายได้เยอะ แต่ก็อาจไม่ได้กำไรเพราะต้นทุนสูง

การวางแผนการผลิตก็เช่นกัน ถ้าคุณรู้ว่าต้นทุนคงที่เท่าไร และต้นทุนผันแปรต่อหน่วยเท่าไร คุณสามารถคำนวณได้ว่าต้องผลิตเท่าไรถึงจะเสมอตัว และต้องผลิตมากกว่านั้นเท่าไรถึงจะมีกำไร

ในความเป็นจริง การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพคือสิ่งที่แยกแยะระหว่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและธุรกิจที่ล้มเหลว ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะรู้จักต้นทุนของตนเองเป็นอย่างดี รู้ว่าต้นทุนไหนสามารถควบคุมได้บ้าง และต้นทุนไหนคงที่ที่ต้องรับได้ พวกเขาใช้ความรู้นี้เพื่อตัดสินใจด้านการลงทุน การกำหนดราคา และการวางแผนการเติบโตของธุรกิจ

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการหรือกำลังคิดจะเป็น ลองเอาเวลามาวิเคราะห์ต้นทุนของธุรกิจคุณเลย แยกแยะว่าต้นทุนไหนเป็นต้นทุนคงที่ ต้นทุนไหนเป็น variable cost ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถจัดการธุรกิจได้ดีขึ้นและตัดสินใจได้อย่างฉลาด
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim