เพิ่งสังเกตเห็นว่าคนหลายคนยังสับสนกับความแตกต่างระหว่าง Pullback กับ Throwback เลย ทั้งสองแบบมันดูคล้ายกัน แต่ถ้าเข้าใจผิด กลยุทธ์ในการเทรดก็จะแตกต่างกันไปเสียทีเดียว



มาเริ่มต้นกันที่พื้นฐานก่อนนะ Pullback คือ อะไรกันแน่ ในความเป็นจริง pullback คือ การดึงตัวของราคากลับมาจากแนวโน้มหลัก แต่มันเป็นการดึงกลับแบบชั่วคราวเท่านั้น ราคาจะไม่ได้เปลี่ยนทิศทางแนวโน้มจริง ๆ หลังจากที่มันปรับตัวลงมาสักพักก็จะกลับไปตามแนวโน้มเดิมต่อไป

ส่วน Throwback นั่นเป็นเรื่องในแนวโน้มขาขึ้น เมื่อราคาขึ้นมาแล้วมีการย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับเดิม แต่มันไม่หลุดลงไป แล้วก็ขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ต่อไป การที่ pullback คือ การดึงกลับในแนวโน้มขาลง ส่วน Throwback เป็นการดึงกลับในแนวโน้มขาขึ้น พวกมันเกิดจากการล็อกกำไรของนักลงทุนบางส่วน เมื่อราคาเคลื่อนตัวต่อเนื่องไปในแนวโน้มหนึ่ง คนที่ถือสถานะมาก่อนก็จะเริ่มปิดสถานะเพื่อเก็บกำไร ทำให้ราคามีการปรับตัวกลับมา แต่เนื่องจากเป็นเพียงการเก็บกำไรของบางคน ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มที่แท้จริง เมื่อราคาปรับตัวลงมาถึงจุดหนึ่งแล้วไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนก็จะมองหาจุดเข้าใหม่และผลักดันให้ราคากลับไปตามแนวโน้มเดิม

สิ่งที่ต้องระวังคือการสับสนระหว่าง Pullback/Throwback กับ Reversal Pattern นะ บางครั้งมันดูเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ต่างกันเสียทีเดียว Pullback และ Throwback จะตามด้วยการเคลื่อนตัวไปในแนวโน้มเดิม แต่ Reversal จะเป็นการกลับตัวไปในทิศทางตรงกันข้าม

วิธีแยกแยะมันออกจากกันได้ยังไง อย่างแรกดูที่การทดสอบแนวรับแนวต้าน Pullback กับ Throwback ไม่ทำลายแนวรับแนวต้านเดิม แต่ Reversal จะทะลุเหล่านั้นไปได้ อย่างที่สองดูปริมาณการซื้อขาย Pullback/Throwback มักมีปริมาณต่ำ แต่ Reversal มักมีปริมาณมากพอที่จะทำลายแนวรับแนวต้านได้

พอเข้าใจแล้ว มาดูกลยุทธ์ในการใช้ pullback คือ ยังไงบ้าง วิธีแรกคือการเทรดบนการเบรคเอาท์ เมื่อราคาเบรคแนวรับแนวต้านแล้ว มันมักจะย่อตัวกลับมาทดสอบแนวนั้นอีกครั้ง แล้วราคาก็จะกลับไปเคลื่อนตัวในแนวโน้มใหม่ จุดทดสอบนี้ก็คือจุดเข้าที่ดี เราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่จุดต่ำสุดของแท่งเทียนที่มีการเบรคเอาท์

วิธีที่สองคือการเทรดแบบขั้นบันได ในแนวโน้มที่ชัดเจน ราคาจะเคลื่อนตัวขึ้นและลงสลับกันในรูปแบบขั้นบันได ในแนวโน้มขาขึ้น เราหาแนวรับที่จุดสูงก่อนหน้า แล้วรอให้ราคา Throwback ลงมาทดสอบแนวนั้น ส่วนแนวโน้มขาลง เราใช้แนวต้านที่จุดต่ำก่อนหน้าหาจุด Pullback

วิธีที่สามคือการใช้เส้นแนวโน้ม ในแนวโน้มขาขึ้น ราคา Throwback ลงมาทดสอบเส้นแนวโน้มที่ทำหน้าที่เป็นแนวรับ เมื่อมันไม่หลุดลงไป ก็เป็นจุดเข้าซื้อ ส่วนแนวโน้มขาลง ราคา Pullback ขึ้นมาทดสอบเส้นแนวโน้มที่เป็นแนวต้าน เมื่อมันไม่ทะลุขึ้นไป ก็เป็นจุดเข้าขายได้

วิธีที่สี่คือการใช้ Fibonacci ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง Throwback มักไม่หลุดระยะ 23.6%, 38.2%, 50% เราแบ่งเปิดสถานะที่ระยะเหล่านี้ได้ ส่วนแนวโน้มขาลง Pullback ก็มักไม่สูงกว่าระยะเดียวกัน ใช้เป็นจุดเข้าขายได้เช่นกัน

สรุปแล้ว pullback คือ เครื่องมือที่ดีสำหรับหาจุดเข้าเทรดที่ได้เปรียบ ราคาดีและจุดตัดขาดทุนต่ำ เมื่อนำมาใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ความแม่นยำก็จะสูงขึ้นไปอีก ลองนำกลยุทธ์นี้ไปประยุกต์ใช้ในการเทรดจริงดูสิ อาจจะช่วยให้การเทรดของคุณดีขึ้นได้
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim