เพิ่งสังเกตเห็นว่าหุ้นกลุ่มอาหารกำลังดึงดูดสายตาของนักลงทุนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันสมควรแล้ว เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง คนก็ต้องกินอยู่ดี จึงทำให้หุ้นกลุ่มอาหารกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนมองหาเมื่อต้องการเสถียรภาพและรายได้ต่อเนื่อง



มาดูกันว่าอุตสาหกรรมนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง หุ้นอาหารนั้นครอบคลุมหลายสาขา ตั้งแต่การผลิตและแปรรูปอาหาร บริษัทเครื่องดื่ม ผู้ผลิตน้ำตาล ไปจนถึงเครือร้านอาหาร แต่ละสาขามีบริษัทชั้นนำของตัวเอง

ในไทยเราก็มีผู้เล่นหลักที่ชื่อดังอยู่หลายราย เช่น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ดำเนินงานในกว่า 17 ประเทศและส่งออกไปกว่า 40 ประเทศ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 22.0 บาท ปีนี้มีเป้าหมายที่ 30.00 บาท พร้อมให้เงินปันผลประมาณ 2.06% ไทยยูเนี่ยน (TU) ก็เป็นชื่อที่ไม่ควรมองข้าม ผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ซึ่งมีแบรนด์ที่รู้จักกันดี ราคาอยู่ที่ 12.40 บาท และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลถึง 4.51% แล้ว

อีกตัวที่ไม่ควรลืมคือ เอเชียน ซี (ASIAN) ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในไทย ราคาเพียง 7.85 บาท แต่ให้เงินปันผลสูงถึง 9.29% ซึ่งดูน่าสนใจมาก และ ไมเนอร์ ฟู้ด (MINT) ที่เริ่มจากร้านพิซซ่า แล้วขยายเข้าสู่ธุรกิจอาหารเต็มตัว ปัจจุบันมีแบรนด์ดังอย่าง Burger King และ Dairy Queen ในพอร์ต

พูดถึงระดับโลกแล้ว ต้องยอมรับว่าเนสล์เล่ (NESN) ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1866 ยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุด ดำเนินงานในกว่า 190 ประเทศ โคคา-โคล่า (KO) ก็เป็นชื่อที่คนทั่วโลกรู้จัก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1886 มีแบรนด์มากมายในพอร์ต ปีนี้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 25.37 ดอลลาร์ พร้อมให้เงินปันผล 3.14% เป็ปซี่ (PEP) ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มอย่างเดียว ตั้งแต่ปี 1965 ได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจขนมขบเคี้ยวด้วย มีแบรนด์เหมือน Lay's, Gatorade, Tropicana ในตัว ยูนิลิเวอร์ (UL) ก็เป็นตัวเล่นสำคัญ เกิดจากการควบรวมระหว่างบริษัทเนยเทียมและสบู่ ปัจจุบันครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

ข้อดีของการลงทุนในหุ้นกลุ่มอาหารนั้นชัดเจน ความต้องการอาหารค่อนข้างคงที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง จึงทำให้บริษัทในกลุ่มนี้มีความเสถียร บริษัทหลายแห่งมีกำไรสูงและให้เงินปันผลที่มั่นคง นอกจากนี้ยังมีการเติบโตของประชากรโลก ซึ่งจะเพิ่มความต้องการอาหารต่อไป

แต่ก็ต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามด้วย ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค การแข่งขันในอุตสาหกรรมค่อนข้างรุนแรง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อและค่าพลังงานก็เป็นแรงกดดัน และความชอบของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปได้เร็ว

วิธีลงทุนในหุ้นกลุ่มอาหารมีหลายแบบ สามารถซื้อหุ้นโดยตรงผ่านโบรกเกอร์ หรือลงทุนผ่านกองทุนรวมที่จัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้แต่ใช้เครื่องมือเทรดอื่นๆ ตามความสะดวก

สรุปแล้ว หุ้นกลุ่มอาหารเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับผู้ที่มองหาความเสถียรและรายได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเลือกบริษัทไทยที่มีศักยภาพส่งออก หรือบริษัทระดับโลกที่มีประวัติยาวนาน ต้องจำไว้ว่าต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละบริษัท พิจารณาอัตราส่วนทางการเงิน และให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง
KO0,43%
PEP0,24%
UL-1,91%
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim