ความผันผวนของตลาด (Volatility) เป็นเรื่องที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจให้ดี เพราะมันส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของเราอย่างมหาศาล



พูดง่าย ๆ ความผันผวนคือการวัดว่าราคาสินทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน ยิ่งราคาแกว่งไปมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความผันผวนสูงเท่านั้น ส่วนใหญ่เราจะคำนวณมันผ่านค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งเป็นการวัดว่าราคาเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงใด

ทำไมถึงต้องสนใจเรื่องนี้? เพราะความผันผวนบอกเราเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงของการลงทุน สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงหมายความว่าราคาอาจขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้มูลค่าพอร์ตโฟลิโอของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในทางกลับกัน มันก็เปิดโอกาสให้เราได้รับผลกำไรมากขึ้นด้วย

มีวิธีวัดความผันผวนหลายแบบ นอกจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานแล้ว ยังมีตัวชี้วัด VIX ซึ่งเรียกว่า "ดัชนีความกลัว" มันวัดความคาดหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคา S&P 500 ในอีก 30 วันข้างหน้า ยิ่ง VIX สูงมากเท่าไหร่ ก็หมายความว่าตลาดมีความกังวลมากขึ้น และตัวเลือก (Options) ก็จะมีราคาแพงขึ้น

อีกตัวชี้วัดที่สำคัญคือเบต้า (Beta) ซึ่งบ่งชี้ว่าสินทรัพย์นั้นเคลื่อนไหวตามตลาดอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากหลักทรัพย์มีเบต้า 1.5 แสดงว่ามันจะเคลื่อนไหวมากกว่าตลาดโดยเฉลี่ย 1.5 เท่า แต่เบต้ามีข้อจำกัดอยู่บ้าง มันอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา และไม่ได้เป็นการวัดความเสี่ยงที่สมบูรณ์ทั้งหมด

เมื่อพูดถึงประเภทของความผันผวน มีสองแบบที่ต้องรู้ ความผันผวนในอดีต (Historical Volatility) วัดว่าสินทรัพย์ผันผวนแค่ไหนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility) คือการคาดการณ์ว่าตลาดจะผันผวนเพียงใดในอนาคต ทั้งสองแบบมีประโยชน์ต่างกัน ความผันผวนในอดีตช่วยเราเข้าใจประวัติศาสตร์ของราคา ขณะที่ความผันผวนโดยนัยช่วยให้เราคาดการณ์ความเป็นไปได้ในอนาคต

ถ้าคุณอยากเข้าใจความผันผวนได้ลึกขึ้น ลองดูตัวอย่างการคำนวณ สมมติว่าราคาหุ้นในสี่วันเป็น 10, 12, 9, 14 บาท ขั้นแรกเราหาค่าเฉลี่ย = 11.25 บาท จากนั้นหาความแตกต่างของแต่ละราคากับค่าเฉลี่ย ยกกำลังสอง รวมทั้งหมด แล้วหารด้วยจำนวนวัน และสุดท้ายหารากที่สองของผลลัพธ์ ในกรณีนี้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 1.92 บาท

ในตลาด Forex ความผันผวนก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน บางคู่สกุลเงินมีความผันผวนสูง เช่น USD/ZAR, USD/MXN, USD/TRY ขณะที่คู่อื่น ๆ เช่น EUR/USD, USD/CHF มีความผันผวนต่ำกว่า คู่สกุลเงินหลักมักจะมีเสถียรภาพมากกว่า เพราะมีสภาพคล่องมากขึ้น

ถ้าคุณเทรดในตลาดที่ผันผวนสูง ลองใช้เครื่องมือช่วยเหลือ เช่น Bollinger Bands ที่ช่วยระบุว่าตลาดมีการซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป Average True Range ใช้วัดความผันผวนและช่วยกำหนด Trailing Stop ได้ดี และ Relative Strength Index ช่วยวัดขนาดของการเปลี่ยนแปลงราคา

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมี Stop Loss เสมอ เมื่อเทรดในตลาดที่ผันผวน Stop Loss จะช่วยให้คุณจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น และหากใช้เลเวอเรจ ก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น

อีกเคล็ดลับหนึ่งคือต้องติดตามแผนการเทรดของคุณอย่างเข้มงวด การปฏิบัติตามแผนจะช่วยให้คุณรู้ทันตลาดที่ผันผวนและเทรดได้สม่ำเสมอมากขึ้น

ในการรับมือกับความผันผวน ให้มองมันเป็นโอกาสแทนที่จะมองว่าเป็นภัยคุกคาม เมื่อตลาดลดลง ราคาก็ลดลง ซึ่งเป็นโอกาสให้คุณซื้อในราคาที่ดีขึ้น การลงทุนเป็นเกมระยะยาว ดังนั้นอย่ากังวลกับความผันผวนในระยะสั้น ปรับพอร์ตโฟลิโอให้สมดุลเพื่อให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้

ถ้าคุณยังใหม่กับเรื่องนี้ ลองเปิดบัญชีทดลองเทรดฟรีดูสิ วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้คือการปฏิบัติจริง ด้วยเงินเสมือนจริง คุณสามารถสัมผัสความรู้สึกของการเทรดและเห็นว่าความผันผวนทำงานอย่างไรในโลกแห่งความเป็นจริง
VIX1,74%
US500200-0,35%
USDZAR0,09%
USDMXN0,21%
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan