เคยสงสัยไหมว่าทำไมนักลงทุนหุ้นถึงมัวแต่พูดถึง eps ตลอดเวลา ผมเองก็เคยสับสนตอนแรก จนกระทั่งเข้าใจว่าตัวชี้วัดนี้มันสำคัญแค่ไหนในการเลือกหุ้นที่คุ้มค่า



eps คือ earnings per share หรือกำไรต่อหุ้นนั่นเอง มันเป็นวิธีที่ใช้ดูว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่สำหรับแต่ละหุ้นที่ออกขาย สูตรก็ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ คือเอากำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วเท่านั้น

มาดูตัวอย่างจริงกันบ้าง บริษัท PTT ในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 90,166.37 ล้านบาท กับหุ้นชำระแล้ว 28,562,996,390.9774 หุ้น คำนวณออกมา eps ได้ประมาณ 3.15 บาท นั่นหมายความว่าแต่ละหุ้นสร้างกำไรให้ผู้ถือหุ้นได้ 3.15 บาทในปีนั้น

สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปคือ eps ที่สูงไม่ได้แปลว่าหุ้นนั้นดีเสมอไป เพราะบริษัทสามารถดันให้ eps เพิ่มขึ้นได้โดยการซื้อกลับหุ้นของตัวเอง ลดจำนวนหุ้นที่ออกขาย ซึ่งมันไม่ใช่การทำกำไรจริงๆ

ตรงนี้แหละที่ eps growth เข้ามาช่วย มันดูว่ากำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถ้า eps growth เป็นบวก แสดงว่าบริษัทนั้นกำลังเติบโตจริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นตัวเลข

อีกตัวชี้วัดที่ควรใช้คู่กับ eps คือ PE ratio ซึ่งเอาราคาหุ้นหารด้วย eps ค่า PE ratio ต่ำๆ หมายความว่าคุณได้หุ้นที่ราคาสมเหตุสมผล แต่ต้องเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเดียวกันด้วยนะ

เวลาวิเคราะห์หุ้น ผมขอแนะนำให้ดู eps ในช่วงหลายปีแล้วดูแนวโน้ม มันดีกว่าการมองแค่ค่า eps ในปีเดียว มากเยอะ ลองเข้าไปดูข้อมูลบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ได้เลย ค่า eps มักจะอยู่ในหมวด ผลประกอบการสำคัญ

สุดท้ายนี้ eps ก็เป็นแค่เครื่องมือตัวหนึ่งเท่านั้น อย่าเอามันมาตัดสินใจลงทุนคนเดียว ต้องดูเพิ่มเติมเรื่องความเสี่ยง โครงสร้างกำไร และเปรียบเทียบกับบริษัทคู่แข่งด้วย ถ้าทำแบบนี้ การเลือกหุ้นของคุณจะมีสติมากขึ้นแน่นอน
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar