เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า oscillator indicator คือ อะไรกันแน่ที่นักเทรดหลายคนใช้กันแบบ "ต้องมี" แบบนี้ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเครื่องมือที่ชื่อว่า Stochastic Oscillator ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่ผมใช้มาหลายปีแล้ว และจะพูดถึงวิธีการใช้ที่ได้ผลจริง ๆ



มันเป็น oscillator indicator ที่อยู่ในกลุ่ม Momentum ซึ่งบ่งบอกว่าราคาปิดที่เกิดขึ้นจริง ๆ อยู่ตรงไหนระหว่างจุดสูงสุดและต่ำสุดของช่วงเวลาที่เรากำลังดู ค่าที่ได้จะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 เสมอ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้มันใช้งานได้ง่าย

ตามประสบการณ์ของผม เมื่อราคาเป็นแนวโน้มขาขึ้น ราคาปิดมักจะอยู่ใกล้กับจุดสูงสุด ทำให้ค่า Stochastic เข้าใกล้ 100 ตรงกันข้าม เมื่อเป็นขาลง ราคาปิดจะใกล้จุดต่ำสุด และค่าจะเข้าใกล้ 0 นี่คือหลักการพื้นฐานที่ต้องเข้าใจ

อินดิเคเตอร์ตัวนี้ประกอบด้วยสองเส้น คือ %K และ %D โดย %K คือค่าหลัก ส่วน %D คือค่าเฉลี่ยของ %K ซึ่งมักตั้งไว้ที่ 3 วัน สูตรการคำนวณ %K ก็คือ [(C – L14) / (H14 – L14)] × 100 เมื่อ C คือราคาปิด L14 คือราคาต่ำสุด 14 ช่วง และ H14 คือราคาสูงสุด 14 ช่วง ส่วน %D = (%K0 + %K-1 + %K-2) / 3

ในการใช้งาน oscillator indicator แบบนี้ ผมมักสังเกตว่าเมื่อ %K > %D ราคากำลังเป็นขาขึ้น แต่เมื่อ %K < %D ราคากำลังเป็นขาลง อย่างไรก็ดี วิธีนี้ใช้ได้ดีเฉพาะในระยะสั้น ๆ เท่านั้น ในระยะยาวมันอาจให้สัญญาณที่ไม่แม่นยำ

สิ่งที่ผมชอบใช้มากที่สุดคือการมองโซน Overbought/Oversold เมื่อ %K สูงกว่า 80 ถือว่าราคาแพงเกินไป (Overbought) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจจะลงมาได้ ตรงกันข้าม เมื่อ %K ต่ำกว่า 20 ถือว่าราคาถูกเกินไป (Oversold) และอาจจะขึ้นมาได้

วิธีที่ผมใช้ได้ผลดี คือการรวม Stochastic กับ EMA ก่อนอื่นผมใช้ EMA เพื่อระบุแนวโน้มหลัก แล้วใช้ Stochastic เพื่อหาจุดเข้าที่ดี ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาอยู่เหนือ EMA (ขาขึ้น) ผมจะรอให้ %K ตัด %D ขึ้นเพื่อเข้าซื้อ และออกเมื่อ %K ตัด %D ลง วิธีนี้ช่วยลดสัญญาณหลอกได้มาก

อีกวิธีหนึ่งที่ผมชอบคือการใช้ Stochastic กับ RSI เมื่อทั้งสองตกลงกันว่าเป็นสัญญาณเดียวกัน ความมั่นใจในการเทรดจะสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ถ้า Stochastic เข้าโซน Oversold และ RSI ตัดขึ้นจาก 30 พร้อม ๆ กัน สัญญาณซื้อจะแข็งแกร่งขึ้น

สำหรับการรวม Stochastic กับ MACD ผมใช้ MACD เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มที่ Stochastic ส่งสัญญาณ เมื่อ MACD ตัด Signal Line ขึ้นพร้อมกับ Stochastic ขึ้นจากโซน Oversold นั่นคือสัญญาณซื้อที่แข็งแกร่ง

ข้อดีของ oscillator indicator ตัวนี้ก็คือมันง่ายต่อการเข้าใจและคำนวณ ใช้ตัวแปรเพียง 3 ตัว และสามารถบอกโซนถูกแพงได้ดี ส่วนข้อเสีย ก็คือมันให้สัญญาณช้าบ้าง (Lagging Indicator) เกิดสัญญาณหลอกได้บ่อย และใช้ข้อมูลไม่มากพอสำหรับแนวโน้มระยะยาว

ผมสังเกตว่า Fast Stochastic กับ Slow Stochastic ต่างกันตรงที่ Slow Stochastic เป็นค่าเฉลี่ยของ Fast Stochastic อีกที ทำให้มันเรียบเนียนกว่า ให้สัญญาณช้ากว่า แต่เกิดสัญญาณหลอกน้อยกว่า ผมมักใช้ Slow Stochastic เมื่อเทรดในเวลาเฟรมที่นานขึ้น

เคล็ดลับที่ผมใช้คือการปรับแต่งค่า Period ตามเฟรมเวลา สำหรับ 5 นาที ผมใช้ 14 ช่วง แต่สำหรับ 1 ชั่วโมง ผมอาจเปลี่ยนเป็น 20 ช่วง เพื่อให้สัญญาณเข้มข้นขึ้น

สุดท้ายนี้ ผมอยากเน้นว่า oscillator indicator อย่าง Stochastic ไม่ควรใช้คนเดียว ต้องรวมกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น Moving Average, RSI, หรือ Price Pattern เพื่อให้ได้สัญญาณที่น่าเชื่อถือ การปรับแต่งค่าและการทดลองใช้จริงบนเฟรมเวลาและสินค้าต่าง ๆ จะช่วยให้คุณหาวิธีใช้ที่เหมาะกับสไตล์เทรดของตัวเองได้ ลองใช้มันดูครับ
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar