เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ปรัชญาชีวิตที่คนไทยเรารู้จักมาหลายทศวรรษแล้ว มันเริ่มจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตแบบมั่นคง ยั่งยืน และปลอดภัยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก



จริงๆ แล้ว พอเพียง หมายถึง การใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความพอประมาณและการพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่การแยกตัวออกจากสังคม แต่เป็นการดำเนินชีวิตอยู่ในทางสายกลาง เมื่อมีรายได้ก็ใช้จ่ายให้สมส่วน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น

สำคัญมากที่ต้องเข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนต้องผลิตอาหารของตัวเอง หรือทอผ้าใส่เอง มันเกินไปจริงๆ แต่ว่าในระดับชุมชน อำเภอ หรือแม้แต่ระดับประเทศ ควรมีความพอเพียงพอสมควร บางอย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก

แก่นหลักของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ที่เรียกว่า "3 ห่วง" คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ความพอประมาณหมายถึงการหารายได้ด้วยวิธีสุจริต ไม่เบียดเบียนใคร และใช้จ่ายให้เหมาะสมกับฐานะของตน ความมีเหตุผลคือการตัดสินใจทำอะไรด้วยการวางแผนอย่างรอบครอบ รู้ศักยภาพของตนเอง วิเคราะห์เหตุผลอย่างละเอียด ไม่ตัดสินใจตามอารมณ์ เพราะว่าเราต้องคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนระบบภูมิคุ้มกันที่ดีคือความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ สามารถปรับตัวและแก้ไขได้ตามสถานการณ์

"2 เงื่อนไข" ที่สำคัญเท่าๆ กัน คือ ความรู้และคุณธรรม ความรู้มาจากการศึกษา ประสบการณ์ของตนเอง และจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยให้เราวางแผนและแก้ไขปัญหาได้ดี คุณธรรมคือการถูกต้อง มีความเป็นธรรม ซื่อสัตย์ขยัน และทำหน้าที่ของตนอย่างดี

เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ไม่ใช่แค่ในการเกษตรเท่านั้น แต่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการค้าการลงทุน อุตสาหกรรม การเงิน หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ ตราบใดที่เรายึดหลักทางสายกลางและปฏิบัติตามหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

ในด้านการเกษตร ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำไร่นาสวนผสม ซึ่งเป็นการปลูกหลายประเภทในหนึ่งครัวเรือน ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ เพื่อให้มีความหลากหลายในผลผลิต ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งหรือโรคระบาด นอกจากนี้ยังมีการเกษตรทฤษฎีใหม่ที่แบ่งที่ดินออกเป็นส่วนต่างๆ เพื่อบริหารจัดการได้ดีขึ้น

ในด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้หมายถึงการไม่โลภมากจนเกินไป กำหนดขนาดการผลิตให้สมส่วนกับความสามารถในการบริหารจัดการ กระจายความเสี่ยง เน้นผลกำไรในระยะยาว และสำคัญที่สุดคือต้องมีซื่อสัตย์สุจริต ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ลูกค้า หรือแรงงาน

สำหรับคนธรรมดาเหมือนเรา การนำหลักการนี้มาใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่ศึกษาหาความรู้ ทำงานด้วยความขยัน ประกอบอาชีพอย่างสุจริต หาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว รู้จักออม วางแผนการเงิน ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล และก่อนทำอะไรต้องหาข้อมูล วางแผน พิจารณาผลลัพธ์อย่างรอบคอบ

ปรัชญานี้ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติในปี 2549 ว่ามีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน สหประชาชาติยังยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ว่าเป็น Developer King และมอบรางวัล Human Development Lifetime Achievement Award อีกด้วย

ความจริงแล้ว เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การเลือกใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่วิ่งไปตามกระแส ไม่ติดหนี้ไม่รับหนี้สิน และพยายามให้ตัวเองมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ปรัชญานี้ช่วยให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และสร้างความมั่นคงในระดับครัวเรือน ชุมชน และประเทศ ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากการยึดหลักทางสายกลางและการดำเนินชีวิตด้วยพอเพียง
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar