เคยสงสัยไหมว่า STO indicator คือ อะไรจริง ๆ และทำไมเทรดเดอร์เก่า ๆ ถึงชอบใช้มันกันนะ



มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจพอสมควร เพราะ STO indicator คือ ตัวบ่งชี้ที่ใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องคำนวณสูตรเชิงซ้อน แค่ดูเส้นสองเส้นตัดกันก็เข้าใจได้แล้ว แต่ปัญหาคือหลายคนใช้มันแล้วได้สัญญาณหลอกบ่อยครั้ง ทำให้คิดว่าอินดิเคเตอร์ตัวนี้ไม่ดี ซึ่งที่จริงแล้วคือการใช้ผิดวิธีเท่านั้น

มาเข้าใจพื้นฐานกันก่อนดีกว่า STO indicator คือ ตัวบ่งชี้ที่อยู่ในกลุ่ม Momentum ซึ่งมันบอกว่าราคาปิดปัจจุบันอยู่ตรงไหนของช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลาที่เลือก (โดยปกติ 14 ช่วงเวลา) ค่าที่ได้จะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100

จริง ๆ แล้วมันง่ายมาก ถ้าราคาเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่เรื่อย ๆ ราคาปิดก็จะใกล้เคียงกับราคาสูงสุด ทำให้ค่า STO ขึ้นไปใกล้ 100 ในทางกลับกัน ถ้าราคาเพิ่งทำจุดต่ำสุดใหม่เรื่อย ๆ ราคาปิดก็จะใกล้เคียงกับราคาต่ำสุด ทำให้ค่า STO ลงไปใกล้ 0

จากสูตรคำนวณ %K = [(C – L14) / (H14 – L14)] × 100 เมื่อ C คือราคาปิดปัจจุบัน L14 คือราคาต่ำสุด 14 ช่วง H14 คือราคาสูงสุด 14 ช่วง และ %D คือค่าเฉลี่ย 3 วันของ %K นั่นเอง

การใช้งาน STO indicator ในการเทรดจริง ๆ มีหลายวิธี อันดับแรก คือการบอกแนวโน้ม ถ้า %K > %D (เส้น %K อยู่เหนือ %D) ราคากำลังเป็นขาขึ้น ถ้า %K < %D (เส้น %K อยู่ใต้ %D) ราคากำลังเป็นขาลง แต่วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะระยะสั้น ๆ เท่านั้น ในระยะยาวจะเกิดความคลาดเคลื่อนได้มาก

อีกวิธีหนึ่งที่นิยมมากคือการบอกความถูกแพง เมื่อ %K > 80 ราคาอยู่ในโซน Overbought (ซื้อมากเกินไป) ซึ่งถือว่าแพง และไม่ควรซื้อเพิ่ม เมื่อ %K < 20 ราคาอยู่ในโซน Oversold (ขายมากเกินไป) ซึ่งถือว่าถูก และไม่ควรขายต่อ

แต่สิ่งที่ทำให้ STO indicator คือ ตัวเลือกที่ดีของเทรดเดอร์มากมายคือความสามารถในการบอกจุดกลับตัว (Divergence) ถ้า %K ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ราคาลงหรือชะลอตัว เป็นสัญญาณ Bearish Divergence ที่บ่งบอกการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเป็นขาลง ในทางกลับกัน ถ้า %K ลงเรื่อย ๆ แต่ราคาขึ้นหรือชะลอตัว เป็นสัญญาณ Bullish Divergence ที่บ่งบอกการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเป็นขาขึ้น

จุดเด่นของอินดิเคเตอร์ตัวนี้คือใช้ข้อมูลเพียงไม่กี่ตัวในการคำนวณ ทำให้ตีความได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังสามารถบอกโมเมนตัมได้ด้วยการดูระยะห่างระหว่าง %K และ %D ถ้าห่างมาก แนวโน้มแข็งแกร่ง ถ้าบีบแคบ แนวโน้มอ่อนแอลง

แต่ก็ต้องรับรู้ถึงข้อจำกัดด้วย STO indicator คือ Lagging Indicator ที่ให้สัญญาณช้า ทำให้บางครั้งเข้าซื้อขายได้ไม่ดี นอกจากนี้ยังเกิดสัญญาณหลอกได้บ่อยถ้าใช้เพียงตัวเดียว ดังนั้นจึงต้องใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น ๆ

วิธีที่ดีที่สุดคือการนำ STO indicator มาใช้ร่วมกับ EMA เพื่อระบุแนวโน้ม แล้วใช้ STO ยืนยันจุดซื้อขาย หรือใช้ร่วมกับ RSI เพื่อยืนยันจุดกลับตัว หรือแม้แต่ใช้ร่วมกับ MACD เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม

มีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องรู้คือ Fast Stochastic กับ Slow Stochastic ต่างกัน Fast Stochastic ให้สัญญาณเร็วกว่า แต่เกิดสัญญาณหลอกมากกว่า Slow Stochastic ให้สัญญาณช้ากว่าแต่แม่นยำกว่า ส่วนใหญ่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะใช้ Slow Stochastic มากกว่า

สรุปง่าย ๆ ก็คือ STO indicator คือ ตัวบ่งชี้ที่มีประโยชน์มากถ้าใช้ถูกวิธี แต่ต้องเข้าใจพื้นฐานให้ดี ไม่ใช่ใช้เพียงตัวเดียวแล้วคาดหวังว่าจะชนะในการเทรด ต้องรู้จุดเด่นและจุดด้อย แล้วปรับแต่งค่า Timeframe ให้เหมาะสม ทดลองใช้จริง จนกว่าจะเข้าใจการทำงานของมันอย่างแท้จริง
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar