เพิ่งนั่งคิดเรื่องนี้อยู่ว่า ทำไมบัญชีเทรดของเรามันหดตัวลงเรื่อยๆ แล้วต้องใช้เวลานานมากถึงจะกลับมาที่เดิม ปรากฏว่ามันเกี่ยวกับเรื่องที่เรียกว่า draw down คือ ความสูญเสียที่สะสมขึ้นมาตั้งแต่จุดสูงสุดของบัญชีจนกว่าจะฟื้นตัวกลับมา



มันไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมชาติหรือบังเอิญนะ ถ้าเรา draw down คือ ที่ไม่ได้จัดการให้ดี มันอาจจะพัฒนาเป็นปัญหาใหญ่ได้ ผมเคยเห็นเทรดเดอร์ที่เริ่มด้วย 10,000 บาท แล้วบัญชีหดลงเหลือ 8,000 บาท ก่อนจะฟื้นตัว นั่นก็คือ draw down คือ 2,000 บาท พอเข้าใจแล้วว่าตัวเลขนี้บอกอะไรเราได้บ้าง ก็เริ่มเห็นความสำคัญของการติดตามมันจริงๆ

มีหลายประเภทของการขาดทุนนี้ที่เทรดเดอร์ควรรู้ ประเภทแรกคือ Equity Drawdown ซึ่งวัดการลดลงของยอดเงินแบบเรียลไทม์ รวมทั้งการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าเปิดการซื้อขายแล้วบัญชีลดลงจาก 10,000 เหลือ 9,000 บาทก่อนฟื้นตัว นั่นคือ Equity Drawdown 1,000 บาท แบบนี้ช่วยให้เรารู้ว่ากำลังเสี่ยงเท่าไรตอนนี้

แล้วก็มี Historical Drawdown ที่ดูย้อนหลังไปว่าเคยเสียไปเท่าไรในอดีต ถ้าบัญชีเคยสูงถึง 15,000 บาทแล้วหดลงเหลือ 10,000 บาท ก็แสดงว่าเคยเสีย 5,000 บาทในอดีต ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้เรารู้ว่าเคยผ่านสถานการณ์ไหนมาบ้าง

อีกอย่างที่สำคัญคือ Relative Drawdown ซึ่งแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ถ้าบัญชีเติบโตจาก 10,000 เป็น 20,000 แล้วลดลงเหลือ 15,000 ก็คิดเป็น (20,000-15,000) ÷ 20,000 × 100 = 25% การเปรียบเทียบแบบเปอร์เซ็นต์นี้ช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้น เพราะ 25% สูงหรือต่ำนั้นขึ้นกับบริบท

มี Absolute Drawdown ด้วย ซึ่งมองจากการฝากเงินครั้งแรก ถ้าเทรดเดอร์ฝาก 10,000 แล้วเสียไปเหลือ 8,000 ก็คือ 2,000 บาท แบบนี้ช่วยกำหนดเป้าหมายการฟื้นตัว

และสุดท้ายคือ Floating Drawdown ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เปิดการซื้อขายไว้ แต่ยังไม่ปิด ถ้าบัญชี 10,000 บาทแล้วการซื้อขายเปิดทำให้เหลือ 9,000 บาท ก็คือ Floating Drawdown 1,000 บาท แต่ถ้าตลาดกลับตัว มันก็อาจหายไปได้

จากประสบการณ์ของผม วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการเรื่องนี้คือการกำหนดขีดจำกัด เช่น ตัดสินใจว่าจะยอมรับการขาดทุนได้ไม่เกิน 10% ของบัญชี ถ้าถึงจำนวนนั้นแล้วก็หยุดเทรดแล้วประเมินกลยุทธ์ใหม่

อีกวิธีคือใช้ Stop Loss ตั้งไว้ให้มั่นใจว่าไม่เสียมากเกินไป ถ้าเทรดแต่ละครั้งกำหนดว่ารับความเสี่ยงแค่ 2% ของบัญชี มันจะช่วยให้การขาดทุนไม่ออกรุนแรงขึ้น

สิ่งที่ผมเรียนรู้มากที่สุดคือ ต้องมีอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดี เช่น 2:1 หมายความว่ากำไรที่หวังได้ต้องเป็นสองเท่าของเงินที่เสี่ยง แบบนี้แล้ว แม้ว่าจะเสียบ่อยๆ ก็ยังสามารถกำไรได้ในระยะยาว

อีกเคล็ดลับคือการถอนกำไรออกมาเป็นระยะๆ ถ้าบัญชีเติบโตไปแล้ว ก็ถอนบางส่วนออกมาปกป้องไว้ เพื่อไม่ให้ตลาดตกต่ำแล้วสูญเสียทั้งหมด

สุดท้าย อย่าเทรดเพื่อแก้แค้น นี่เป็นข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์มือใหม่ทำกันบ่อยมาก เมื่อเสียเงินแล้วอารมณ์จะขึ้นมา แล้วก็เทรดแบบไม่คิดเพื่อจะเอาคืน ซึ่งจบลงด้วยการสูญเสียมากขึ้นอีก

ถ้าเทรดเดอร์คนใหม่อยากฝึกฝนเรื่องนี้ก่อนใช้เงินจริง ลองใช้บัญชีทดลองก่อนก็ดี มีบัญชีทดลองที่ให้เงินเสมือนจริงมากมาย คุณได้ลองกลยุทธ์ต่างๆ ได้รู้ว่า draw down คือ อะไรจริงๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงเงินทุนของตนเอง เหมาะมากสำหรับการเรียนรู้ก่อนลงเงินจริง
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar