เพิ่งสังเกตเห็นว่าคนจำนวนมากที่สนใจลงทุนหรือทำธุรกิจไม่ค่อยเข้าใจเรื่องงบการเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบกำไรขาดทุน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูว่ากิจการกำลังทำกำไรหรือขาดทุน



จริงๆ แล้ว งบกำไรขาดทุนมันไม่ยากเหมือนที่คิด มันคือเอกสารที่บอกให้เรารู้ว่าในช่วงเวลาหนึ่ง ธุรกิจหรือองค์กรมีรายได้เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และเหลือกำไรหรือขาดทุนไปเท่าไหร่

ความสำคัญของงบกำไรขาดทุน นี่คือจุดที่น่าสนใจ เพราะมันช่วยให้นักลงทุนและผู้บริหารเห็นภาพรวมของประสิทธิภาพทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการวัดความสามารถในการทำกำไร การวิเคราะห์สภาพการเงิน หรือการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจในอนาคต

สูตรพื้นฐานของงบกำไรขาดทุนก็ไม่ซับซ้อน คือ รายได้รวม ลบด้วย ค่าใช้จ่ายรวม จะได้เท่ากับกำไรหรือขาดทุน เพียงแค่นั้นแหละ

เมื่อเราแบ่งรายได้ออกมาดู จะมีสองส่วนหลัก คือ รายได้จากการขายและบริการ ซึ่งเป็นรายได้หลักของกิจการ และรายได้อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลัก เช่น ดอกเบี้ยจากธนาคาร หรือรายได้จากการให้เช่า

ส่วนค่าใช้จ่ายก็แบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ต้นทุนการขาย ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และภาษี

ตอนที่เราคำนวณลงมา จะได้กำไรหรือขาดทุนในแต่ละขั้น ขั้นแรกคือกำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นรายได้ลบด้วยต้นทุนขาย บอกให้เห็นว่ากิจการตั้งราคาสินค้าสูงกว่าต้นทุนได้มากแค่ไหน แล้วก็มีกำไรจากการดำเนินงาน ที่บอกว่าการทำธุรกิจเป็นไปในทิศทางไหน และสุดท้ายคือกำไรสุทธิ ที่เป็นตัวเลขที่เหลืออยู่หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด

งบกำไรขาดทุนนี้มีสองแบบ คือแบบรายงาน ที่เรียงลำดับจากรายได้ไปยังกำไรสุทธิแบบเป็นลำดับขั้น ซึ่งเข้าใจง่ายและสะดวกต่อการอ่าน และอีกแบบหนึ่งคือแบบบัญชี ที่แสดงผลการดำเนินงานในรูปตัว T โดยแบ่งค่าใช้จ่ายไว้ทางซ้ายและรายได้ไว้ทางขวา

ตัวอย่างจากข้อมูลจริง เช่น งบกำไรขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิถึง 191 พันล้านบาท มีรายได้มาจากหลายแหล่ง ได้แก่ ดอกเบี้ยรับ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน ค่าธรรมเนียม กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และรายได้อื่นๆ ส่วนค่าใช้จ่ายมีดอกเบี้ยจ่าย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

เมื่อต้องการอ่านงบกำไรขาดทุนให้ได้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ขั้นแรกต้องดูว่าเป็นงบประจำเดือน ไตรมาส หรือประจำปี เพราะแต่ละช่วงเวลาจะให้ข้อมูลที่แตกต่างกัน จากนั้นดูว่าเป็นกำไรหรือขาดทุน ถ้ารายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายแสดงว่ามีกำไร ถ้าน้อยกว่าแสดงว่าขาดทุน

ต่อไปดูที่มาของรายได้ว่ามาจากส่วนไหนบ้าง และดูว่ามีค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง เพราะจากการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เข้าใจว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจอยู่ที่ไหน

สิ่งที่สำคัญคือการอ่านงบกำไรขาดทุน ถือว่าเป็นทักษะพื้นฐานสำหรับใครก็ตามที่สนใจลงทุนหรือวิเคราะห์ธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงทุนไม่ควรพิจารณาเพียงงบกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ลักษณะของธุรกิจ ทีมผู้บริหาร และข้อมูลทางเทคนิคที่ส่งเสริมการเติบโต ทำให้การตัดสินใจลงทุนของเรามีความมั่นใจมากขึ้น
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar