หลายคนติดใจแต่หุ้นเติบโตและหุ้นปันผล แต่ลืมมองหุ้นที่สามารถโกยกำไรมหาศาลได้ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว นั่นคือหุ้นวัฏจักร ถ้าเศรษฐกิจกำลังเติบโตแต่พอร์ตของคุณยังไม่ขยับ อาจเป็นเพราะคุณยังไม่เข้าใจหุ้นวัฏจักรจริงๆ



อันที่จริง หุ้นวัฏจักร คือ หุ้นที่รายได้และกำไรของบริษัทมีลักษณะขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ มันไม่ได้เป็นเพราะบริษัทไม่ดี แต่เป็นเพราะธุรกิจพวกนี้ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว อุปสงค์พุ่งสูง ราคาและกำไรก็ไปด้วย แต่ช่วงถดถอย ทุกอย่างลดลง

วัฏจักรเศรษฐกิจโดยทั่วไปแบ่งเป็นสี่ช่วง ช่วงฟื้นตัวคือเศรษฐกิจขยายตัว จุดสูงสุดคือเจริญเติบโตสูงสุด ช่วงถดถอยคือลงตัว และจุดต่ำสุดคือเศรษฐกิจแย่ที่สุด หุ้นวัฏจักรนั้นโดยทั่วไปอยู่ในอุตสาหกรรมอย่างการขนส่งทางเรือ โรงกลั่นน้ำมัน เกษตรกรรม เหล็ก และถ่านหิน

พูดถึงหุ้นที่น่าสนใจในปี 2025 มี Nvidia ที่ครองตลาดชิป AI กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ แม้ P/E สูง แต่ PEG Ratio เพียง 1.2 ถือว่าคุ้มค่า มีเงินสดมากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์และแทบไม่มีหนี้สิน

Caterpillar ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างกำลังได้ประโยชน์จากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่ารายได้เติบโต 8 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ P/E เพียง 15 เท่า มี Backlog 30 พันล้านดอลลาร์ และจ่ายปันผลมานาน 25 ปี

JPMorgan Chase ธนาคารใหญ่ที่จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยลดลง เฟดเริ่มลดแล้วในปลายปี 2024 และคาดว่าจะลดอีก 3 ถึง 4 ครั้งในปี 2025 ส่งผลให้สินเชื่อเติบโตและกำไรเพิ่มขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ Price-to-Book เพียง 1.8 เท่า ROE สูงถึง 16 เปอร์เซ็นต์

ArcelorMittal ผู้ผลิตเหล็กระดับโลกจะได้ประโยชน์จากการกลับมาของภาคการผลิตและก่อสร้าง ราคาเหล็กคาดว่าปรับตัวขึ้น 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ P/E เพียง 5 เท่า Free Cash Flow Yield สูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ กำลังลงทุนในเทคโนโลยีเหล็กสะอาดเพื่อลด CO2 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030

LVMH อาณาจักรสินค้าหรูที่ควบรวมแบรนด์ชั้นนำมากกว่า 75 แบรนด์ กำลังได้ประโยชน์จากกำลังซื้อของคนรวยและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ มีการเติบโตต่อเนื่อง 10 ปี

Lennar บริษัทสร้างบ้านชั้นนำของสหรัฐฯ จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยลดลง คาดว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจะลดต่ำกว่า 5.5 เปอร์เซ็นต์ Millennials กำลังเข้าสู่วัยซื้อบ้านหลังแรก P/E เพียง 10 เท่า มีที่ดินสำรองมากกว่า 300,000 แปลง มาร์จิ้นกำไรสูงถึง 21 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างหุ้นวัฏจักรอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่าง ASML MediaTek SK Hynix และ Qualcomm ตลาดเซมิคอนดักเตอร์คาดว่าจะเติบโต 15 เปอร์เซ็นต์ ในภาคการผลิตรถยนต์ Volkswagen Hyundai BMW และ BYD มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกคาดว่าเพิ่มขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์

แต่ก่อนลงทุนในหุ้นวัฏจักร ต้องรู้ว่าพวกนี้มีความผันผวนสูง ราคาขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ต้องใช้ความชำนาญในการวิเคราะห์และการจัดการความเสี่ยง เพราะเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมจากนโยบายรัฐบาล สถานการณ์ทางการเงินโลก และปัจจัยเศรษฐกิจอื่นๆ

ข้อดีของหุ้นวัฏจักรคือโอกาสทำกำไรสูง เพราะความผันผวนมาพร้อมกับโอกาสทำกำไรมากขึ้น นักลงทุนชำนาญสามารถทำกำไรได้มากในระยะสั้น สามารถคาดเดาแนวโน้มตลาดในระยะยาวโดยใช้ข้อมูลวัฏจักรเศรษฐกิจ และช่วยสร้างพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย

ข้อเสียคือความผันผวนสูงทำให้มีความเสี่ยง นักลงทุนที่ไม่ทนทานอาจเผชิญการขาดทุนในระยะเวลาสั้น ต้องการความเข้าใจลึกในวัฏจักรเศรษฐกิจและการวิเคราะห์ลึกลงในหุ้นและตลาด อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มองหาเก็บรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว

ต่างจากหุ้นป้องกันหรือหุ้นที่ไม่เป็นวัฏจักร ซึ่งผลิตสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อผู้บริโภค เช่น สาธารณูปโภค การดูแลสุขภาพ เครื่องดื่ม อาหาร พลังงาน ตัวอย่างเช่น Coca-Cola JNJ Tesco Diageo NextEra Energy ที่ทำงานได้ดีโดยไม่คำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง

สรุปคือ ถ้านักลงทุนเข้าใจประเภทของหุ้นที่จะลงทุน จะมีโอกาสมากมายทีเดียว หุ้นแต่ละประเภทให้แผนการเทรดที่แตกต่างกัน ความเข้าใจในพื้นฐานธุรกิจว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือฤดูกาลอย่างไร ผลกระทบต่อดีมานด์และซัพพลาย ช่วยให้มองภาพการขึ้นลงของราคาได้ดีขึ้น และเลือกจังหวะลงทุนในหุ้นวัฏจักรได้เหมาะสม
NVDA-2,03%
CAT1,25%
JPM0,92%
ASML2,54%
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar