เคยสงสัยไหมว่าทำไมราคาหุ้นถึงขึ้นลงแบบนั้น เหตุผลที่แท้จริงอยู่ที่ความสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งมันก็คือแนวคิดพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า อุปสงค์ อุปทาน นั่นเอง



จริงๆ แล้ว อุปสงค์ อุปทาน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด มันคือความต้องการซื้อกับความต้องการขาย ซึ่งแรงทั้งสองนี้ที่ขับเคลื่อนราคาทุกอย่างในตลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พลังงาน ทองคำ หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัล

มาแบ่งแยกเรื่องนี้ให้ชัดเจนกว่านี้ก่อน อุปสงค์ก็คือความต้องการซื้อสินค้าที่ระดับราคาต่างๆ เมื่อราคาลดลง ผู้คนก็อยากซื้อมากขึ้น ส่วนเมื่อราคาสูงขึ้น ความต้องการก็ลดลง นี่คือกฎของอุปสงค์ที่ทำงานได้จริงในชีวิตประจำวัน

อุปทานนั่นตรงกันข้าม มันคือความต้องการขายของผู้ผลิต เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้ขายก็อยากเสนอสินค้าให้มากขึ้น ส่วนเมื่อราคาลดลง พวกเขาก็ลดปริมาณการขาย ที่เป็นแบบนี้เพราะพวกเขาต้องการกำไรมากสุด

สิ่งที่สำคัญคือจุดที่เส้นอุปสงค์และอุปทานตัดกัน เรียกว่าจุดดุลยภาพ ที่นี่คือราคาที่ตลาดจะต่อรองกันจนเห็นด้วย ราคาที่เกิดขึ้นจริงในตลาดจึงเกิดขึ้นที่จุดนี้เสมอ

ตอนนี้ขอพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อเรื่องนี้ในตลาดการเงิน การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ความเชื่อมั่นของนักลงทุน สภาพคล่องในระบบ ทั้งหมดนี้ส่งผลต่ออุปสงค์ ส่วนนโยบายบริษัท การเข้าจดทะเบียนใหม่ และกฎระเบียบตลาด ล้วนมีผลต่ออุปทาน

เมื่อเราเข้าใจอุปสงค์ อุปทาน แล้ว ก็สามารถนำมาวิเคราะห์ราคาหุ้นได้ ในการวิเคราะห์พื้นฐาน เราดูว่าการคาดการณ์ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทเป็นอย่างไร ถ้าข่าวดี ผู้ซื้อก็จะยินดีซื้อที่ราคาสูงขึ้น ส่วนผู้ขายก็ชะลอการขาย ทำให้ราคาปรับตัวขึ้น ส่วนในการวิเคราะห์เทคนิค เราใช้เครื่องมือเช่นแท่งเทียน แนวโน้มราคา แนวรับแนวต้าน เพื่อสังเกตแรงซื้อและแรงขาย

แท่งเทียนสีเขียวบอกว่าผู้ซื้อเข้ามาแรง แท่งเทียนสีแดงบอกว่าผู้ขายมีอำนาจ ถ้าราคาทำจุดสูงใหม่เรื่อยๆ แสดงว่าอุปสงค์ยังแข็งแรง ถ้าทำจุดต่ำใหม่เรื่อยๆ แสดงว่าอุปทานมีแรง แนวรับและแนวต้านคือจุดที่นักลงทุนเชื่อว่าราคาน่าซื้อหรือน่าขาย

เทคนิคที่ได้รับความนิยมคือ Demand Supply Zone ซึ่งมองหาจังหวะที่ราคาเสียสมดุล มีสองรูปแบบหลัก คือการเทรดที่จุดกลับตัว และการเทรดตามแนวโน้ม ในการกลับตัวเป็นขาขึ้น ราคาจะดิ่งลงแรง แล้วเริ่มสร้างฐาน เมื่อแรงซื้อชนะ ราคาก็ทะลุขึ้นไป ส่วนการกลับตัวเป็นขาลง ราคาจะวิ่งขึ้นแรง แล้วสร้างฐาน เมื่อแรงขายชนะ ราคาก็ทะลุลงไป

ในแนวโน้มที่ต่อเนื่อง ราคาอาจวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีการพักตัวบ่อยๆ ก่อนวิ่งขึ้นต่อ หรือดิ่งลงอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน นี่คือสถานการณ์ที่นักเทรดพบเจอบ่อยที่สุด

จริงๆ แล้ว สรุปง่ายๆ ก็คือ อุปสงค์ อุปทาน เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทั้งนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุน ถ้าคุณเข้าใจว่าแรงซื้อและแรงขายทำงานอย่างไร ก็จะสามารถคาดการณ์ราคาได้ดีขึ้น แต่ต้องจำไว้ว่า การเรียนรู้เรื่องนี้ต้องอาศัยการทดลองจริงและศึกษาจากการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดจริงๆ เท่านั้น
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan