เห็นไหมว่าทำไมราคาหุ้นหรือสินทรัพย์ต่างๆ ถึงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหตุผลหลักมาจากหลักการที่ง่ายมาก นั่นคือ อุปสงค์ และอุปทาน



เรื่องจริงคือ ปัจจัยในการกำหนดอุปสงค์ และอุปทาน นั้นมีหลายอย่าง ไม่ได้แค่ราคาเฉยๆ หลายคนมักคิดว่าราคาสูงก็ไม่อยากซื้อ ราคาต่ำก็อยากซื้อ แต่จริงๆ แล้วมีเรื่องอื่นเกี่ยวข้องอีกเยอะ

เริ่มจากด้านความต้องการซื้อ (Demand) ก่อนนะ เมื่อเศรษฐกิจเติบโตดี ผู้คนมีเงินเหลือมากขึ้น พวกเขาก็จะหาทางลงทุนเพื่อให้เงินทำงาน ความต้องการซื้อหุ้นจึงเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ คนจะระมัดระวังและลดการลงทุน ดอกเบี้ยก็มีบทบาท ถ้าดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนจะไม่อยากเก็บเงินไว้ ต้องไปหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นแทน ความต้องการซื้อจึงพุ่ง

มีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ นั่นคือความเชื่อมั่นของตลาด ถ้าข่าวดี ผู้คนก็กระตือรือร้นที่จะซื้อ ถ้าข่าวร้าย ทุกคนก็อยากขาย ความคาดหวังเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทหรือเศรษฐกิจ มันมีพลังเหลือเกิน

ส่วนด้านความต้องการขาย (Supply) นั้น เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของบริษัท ถ้าบริษัทตัดสินใจซื้อหุ้นคืน อุปทานก็ลดลง ราคามีแนวโน้มขึ้น ถ้าเพิ่มทุนและออกหุ้นใหม่ อุปทานเพิ่ม ราคาอาจถูกกดให้ลง นอกจากนั้น ยังมี IPO ของบริษัทใหม่ที่เพิ่มจำนวนหลักทรัพย์ในตลาด และกฎระเบียบ ข้อจำกัดต่างๆ ก็ส่งผลต่ออุปทานด้วย

ตรงนี้ที่น่าสังเกต ปัจจัยในการกำหนดอุปสงค์ และอุปทาน มีอะไรบ้าง สรุปได้ว่า ไม่ใช่แค่ตัวเลขราคา ปัจจัยมหภาค เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ล้วนมีบทบาท ความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็เป็นตัวขับเคลื่อน นโยบายของบริษัท ข่าวสารในตลาด แม้แต่เหตุการณ์ระดับโลกเช่นสงคราม ทั้งหมดนี้ล้วนกำหนดว่าราคาจะไปทางไหน

มีสมดุลที่เรียกว่า Equilibrium ซึ่งเป็นจุดที่อุปสงค์เท่ากับอุปทาน ที่จุดนี้ราคามีเสถียรภาพ แต่ในความเป็นจริง ตลาดไม่เคยหยุด เมื่อมีปัจจัยใหม่เข้ามา สมดุลจึงเปลี่ยน ราคากระเดิมไปตามนั้น

สำหรับผู้ที่เทรดหรือลงทุน การเข้าใจเรื่องนี้ช่วยได้เยอะ ถ้าคุณรู้ว่าอุปทานกำลังลดลง แล้วอุปสงค์ยังแข็งแรง คุณก็คาดได้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าอุปสงค์อ่อนตัวลงเพราะข่าวร้าย และอุปทานเพิ่มขึ้น ราคาก็จะถูกกดลง

นักเทรดบางคนใช้เทคนิคเรียกว่า Demand Supply Zone เพื่อจับจังหวะซื้อขาย ดูว่าราคากำลังวิ่งแรงไปทางไหน แล้วพยายามเข้าเมื่อมีการพักตัว ถ้าราคาวิ่งขึ้นแรง แล้วมาพักตัวในกรอบ เมื่อทะลุขึ้นไป ก็มีโอกาสวิ่งต่อ หรือถ้าราคาดิ่งลงแรง พักตัว แล้วทะลุลง ก็มีโอกาสดิ่งต่อ แต่นี่ต้องอาศัยการสังเกตและประสบการณ์

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ควรคิดว่าราคาหุ้นขึ้นลงแบบสุ่มๆ มีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์และอุปทาน มันซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน แต่ถ้าคุณเข้าใจหลักการพื้นฐานนี้ คุณก็จะอ่านตลาดได้ดีขึ้น และตัดสินใจลงทุนได้ฉลาดขึ้นด้วย
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan