มีเรื่องที่อยากพูดถึงเกี่ยวกับเหรียญ NFT ซึ่งตอนนี้เป็นประเด็นร้อนแรงในวงการคริปโต หลายคนยังงงว่ามันคืออะไรกันแน่ บางคนบอกว่ามันจะเป็นบับเบิลเหมือนยุคทิวลิป แต่บางคนก็เชื่อว่ามันจะเปลี่ยนโฉมหน้าหลายวงการไปเลย



จริงๆ เหรียญ NFT หรือ Non-Fungible Token นั่นแหละคือเหรียญโทเค็นที่ไม่สามารถทดแทนได้ ตัวมันจะถูกสร้างบนบล็อกเชนเหมือนกับคริปโตเหรียญอื่นๆ แต่จุดต่างคือแต่ละเหรียญมีความเฉพาะตัว ไม่สามารถนำมาเทียบเท่ากันได้เลย เหมือนกับว่าคุณไม่สามารถนำภาพศิลปะภาพหนึ่งมาเทียบกับอีกภาพได้นั่นแหละ

ความเฉพาะตัวนี้ทำให้เหรียญ NFT มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ ประการแรกมันเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่วัสดุกายภาพ แต่เป็นไฟล์ดิจิทัลที่เข้ารหัสบนบล็อกเชน ประการที่สองมันรันบนเครือข่ายบล็อกเชนเฉพาะ เช่น Ethereum ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้บน Bitcoin ได้ ประการที่สามมันไม่สามารถแบ่งเป็นหน่วยย่อยได้เหมือนสกุลเงินดิจิทัล

ความแตกต่างระหว่าง NFT กับสกุลเงินดิจิทัลนั้นชัดเจนมาก สกุลเงินดิจิทัลเหมือนเงินธรรมชาติ ทุกหน่วยมีค่าเท่ากัน แต่เหรียญ NFT นั่นไม่ใช่ มันเหมือนการ์ดสะสม หรืองานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว และหายาก ตัวอย่างเช่น ถ้าเราขอยืมเงิน 100 บาท คุณไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเป็นแบงค์ไหน เพราะทุกแบงค์มีค่าเหมือนกัน แต่ NFT นั่นต่างกัน แต่ละอันมีเอกลักษณ์และไม่สามารถแทนที่กันได้

การสร้างเหรียญ NFT นั้นไม่ยากเหลือเกิน ขั้นแรกต้องหาสิ่งที่อยากสร้าง เช่น ภาพ เพลง วิดีโอ หรืองานศิลปะดิจิทัลอื่นๆ ต้องเป็นของตัวเองและไม่ได้คัดลอกจากที่ไหน ขั้นที่สองต้องเลือกบล็อกเชน เช่น Ethereum, Solana หรือ Flow ขั้นที่สามต้องตั้งค่ากระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น MetaMask หรือ Coinbase Wallet ขั้นที่สี่ต้องเลือกแพลตฟอร์ม NFT เช่น OpenSea ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุด จากนั้นต้องสร้างบัญชี เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงิน เตรียม Ethereum สำหรับค่าแก๊ส อัปโหลดไฟล์ และตั้งราคาขาย

ข้อดีของเหรียญ NFT มีหลายอย่าง ประการแรกมันทำให้ไฟล์ดิจิทัลทั่วไปมีความเฉพาะตัวและสามารถเก็บสะสมได้ ประการที่สองมันยืนยันสิทธิ์ให้ผู้สร้างผลงาน ซึ่งเดิมยากต่อการพิสูจน์เป็นของจริง ประการที่สามมันช่วยป้องกันการดัดแปลง เพราะบล็อกเชนไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ ประการที่สี่สามารถประยุกต์ใช้กับสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งสามารถสร้างความเป็นไปได้ที่หลากหลาย

แต่ก็มีข้อเสียด้วย ตลาด NFT เป็นตลาดเก็งกำไรที่มีความไม่แน่นอนสูง มูลค่าพื้นฐานคำนวณได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อเท่านั้น นอกจากนี้แม้เหรียญ NFT จะดัดแปลงไม่ได้ แต่ไฟล์ต้นฉบับก็อาจมาจากการลอกเลียนได้ เหรียญ NFT ก็สามารถถูกแฮ็กและขโมยได้เหมือนคริปโตทั่วไป และในอนาคตอาจมีการเก็บภาษีจากการซื้อขาย

สำหรับการใช้งาน NFT มีหลายรูปแบบ เช่น ตั๋วอีเวนต์ สินค้าแฟชั่น งานสะสม ไอเท็มเกม และอื่นๆ โปรเจ็คที่มีชื่อเสียงเช่น Mutant Ape Yacht Club, Parallel Alpha, และ BitToonDAO ล้วนแล้วแต่เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงศักยภาพของเหรียญ NFT

ก่อนลงทุน ต้องพิจารณาหลายอย่าง เช่น คุณสมบัติเฉพาะของเหรียญ NFT ที่เลือก ผู้ขายที่มีการยืนยันตัวแล้ว ค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม และประสิทธิภาพด้านราคาของผลงานอื่นๆ ของผู้ขาย ในเรื่องลิขสิทธิ์ ผู้สร้างคือเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ผู้ซื้อ NFT จะได้สิทธิ์ครอบครอง NFT เท่านั้น

สำหรับนโยบายท้องถิ่นในไทย กลต. ได้วางแนวทางว่าห้ามศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการ NFT แต่สามารถให้บริการ Marketplace สำหรับงานศิลปะ NFT ได้

อนาคตของเหรียญ NFT ยังคงเป็นสิ่งที่น่าติดตามต่อไป แม้ว่าตลาดนี้ยังใหม่มากและมีความเสี่ยงสูง แต่ศักยภาพของมันในการแก้ปัญหาของแต่ละวงการนั้นค่อนข้างสูง งานศิลปะและสินค้าบน NFT จะยังคงอยู่ตราบใดที่เครือข่ายบล็อกเชนยังทำงานอยู่

สรุปก็คือ การซื้อขายเหรียญ NFT นั้นทำได้ง่ายแต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำกำไรได้ มันเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงและไม่แน่นอนสูง ราคาขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นการลงทุนด้วยสัดส่วนเงินทุนที่ไม่มากและเลือกผลงานที่คิดว่ามีคุณค่าจึงเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องเตรียมใจว่าอาจต้องขายออกไปด้วยราคาที่ต่ำกว่าที่ซื้อมา ทั้งนี้เหรียญ NFT ก็ยังถือเป็นการกระจายพอร์ตการลงทุนสำหรับระยะยาวที่น่าสนใจ
ETH0,65%
BTC0,8%
SOL2,01%
FLOW0,67%
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan