เพิ่งสังเกตเห็นว่าหลายคนสนใจลงทุนในตลาดเอเชีย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ถ้าอยากเข้าเกมตลาดจีนแต่ไม่อยากยุ่งเยอะ ดัชนีฮั่งเส็งอาจเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะคุณจะได้ถูกต้องกับบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Alibaba, Tencent, HSBC ต่างก็อยู่ในนี้ และดัชนีนี้เคลื่อนไหวค่อนข้างมากจริงๆ ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้ไม่ว่าจะเทรดวันต่อวันหรือถือยาวๆ ก็ได้



ดัชนีหุ้นฮั่งเส็ง (HSI) ที่ฉันพูดถึงนี้คือดัชนีที่ติดตามหุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ประมาณครึ่งหนึ่งของหุ้นในนี้มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น Xiaomi กับ Alibaba ที่มาระดมทุนในฮ่องกง ตั้งแต่ปี 1969 มาแล้ว ปัจจุบันมูลค่าตามราคาตลาดกว่า 38 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นดัชนีที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก NASDAQ กับเสิ่นเจิ้นเท่านั้น

ทำไมถึงน่าสนใจ เพราะฮ่องกงคือศูนย์กลางการเงินใหญ่ของเอเชีย และดัชนีฮั่งเส็งบ่ายนี้ครบมีทั้งหุ้นจีนและหุ้นฮ่องกง ทำให้มันสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงินของทั้งสองพื้นที่ได้ดี ปัจจุบันมี 76 ตัวหุ้นในรายชื่อ โดยกลุ่มการเงินถ่วงน้ำหนักสูงสุด 33.47% ตามด้วยเทคโนโลยี 29.98% หุ้นที่มีผลต่อดัชนีมากที่สุดคือ Alibaba 9.13%, Tencent 8.70%, AIA 7.69%, HSBC 7.34%

การคำนวณดัชนีนี้ใช้วิธีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตามราคาตลาด ซึ่งหมายความว่าหุ้นที่มีมูลค่าตลาดใหญ่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีมากกว่า ตัวอย่างเช่น หุ้น A มูลค่า 1,000 ล้านขึ้น 5 ดอลลาร์ กับหุ้น B มูลค่า 10 ล้านลง 5 ดอลลาร์ ดัชนีจะเป็นบวกเพราะหุ้น A ส่งผลมากกว่า

ที่น่าสังเกตคือ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดัชนีฮั่งเส็งให้ผลตอบแทนติดลบถึง -32.21% แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโต 4.6% เฉลี่ยต่อปี ปัญหามาจากนโยบายศูนย์โควิดของจีน การล็อกดาวน์เมืองใหญ่ และปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ตั้งแต่ปลายปี 2022 ทางการเริ่มผ่อนคลายมาตรการ ทำให้ดัชนีดีดตัวขึ้นมาจาก 15,000 ไปเป็น 19,781.41 ปิดปี 2022

สำหรับปี 2023-2026 นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโต 5% ขึ้นไป ทำให้ดัชนีฮั่งเส็งบ่ายนี้มีโอกาสฟื้นตัวได้ดี ตอนนี้ดัชนีอยู่ที่ประมาณ 19,831 โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันเฉลี่ย 2.4 พันล้านดอลลาร์

ถ้าอยากลงทุนในดัชนีนี้มีตัวเลือกให้เลือก ตัวแรกคือซื้อหุ้นรายตัวของหุ้นทั้ง 76 ตัวแบบถ่วงน้ำหนัก แต่นี่ต้องเงินเยอะ ประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป และต้องจัดการเองทั้งหมด ตัวที่สองคือซื้อกองทุนรวมที่เน้นดัชนีฮั่งเส็ง เช่น ASP-HSI ของเอเชียพลัส เริ่มได้แค่ 5,000 บาท และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ แต่ซื้อขายได้วันละครั้ง เหมาะกับการลงทุนระยะกลางถึงยาว ตัวที่สามคือใช้ CFD ซึ่งใช้เงินน้อยมากแค่ 50 ดอลลาร์ขึ้นไป และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าและมีค่าธรรมเนียมข้ามคืน

แต่ต้องระมัดระวังจุดเสี่ยงบางอย่างด้วย มีโอกาสได้เห็นการแทรกแซงทางนโยบายจากรัฐบาลจีน ความขัดแย้งการค้ากับสหรัฐ ที่เคยทำให้หุ้นใหญ่อย่าง Tencent และ BYD ถูกเทขายกว่า 26 พันล้านดอลลาร์ครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีความเปราะบางของค่าเงินฮ่องกงท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นและเงินทุนไหลกลับไปอเมริกา สภาพคล่องในฮ่องกงลดลงเหลือ 1.03 แสนล้านดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 3 ปี

โดยรวมแล้ว ดัชนีฮั่งเส็งบ่ายนี้มีอัปไซด์กว้างให้คาดหวัง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าค่า PE ยังค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 9-11 เท่า เมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ แต่การลงทุนใด ๆ ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนั้นการเลือกวิธีลงทุนที่เหมาะกับเงินทุนและระยะเวลาของตัวเองจึงสำคัญมาก
AIA-7,33%
ASP4,35%
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan