เพิ่งสังเกตเห็นว่าตลาดกำลังวิ่งไปตามกฎของอุปสงค์และอุปทานอีกครั้ง ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังจากช่องแคบฮอร์มุซปิด ราคาหุ้นแกว่งตัวตามข่าวข่าวสาร ราคาคริปโตเปลี่ยนแปลงตามการไหลเข้าออกของสภาพคล่อง บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความผันผวนแบบสุ่ม แต่จริงๆ แล้วมีตรรกะอยู่เบื้องหลัง



มาคิดดูกันว่า กฎของอุปสงค์คืออะไร ในแง่ง่ายๆ มันเกี่ยวกับการที่ราคาสูงขึ้นเมื่อทุกคนอยากซื้อ และราคาตกลงเมื่อทุกคนอยากขาย ไม่มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่านั้น แต่ความเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ สามารถเปลี่ยนวิธีที่เรามองตลาดได้

เมื่อราคาตกต่ำลง ผู้ซื้อเริ่มสนใจเข้ามา เพราะมันดูถูกขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้ขายก็ไม่อยากขายเพราะราคาต่ำเกินไป ผลก็คือ อุปสงค์เพิ่มขึ้น อุปทานลดลง และราคากลับตัวขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อราคาสูงขึ้นมากเกินไป ผู้ซื้อก็เริ่มหวั่นใจและชะลอการซื้อ ผู้ขายมองเห็นโอกาสที่ดีแล้วเสนอขายออกมา ผลก็คือ อุปสงค์ลดลง อุปทานเพิ่มขึ้น และราคาปรับลง

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนคือจุดสมดุลนั้น ที่เรียกว่า Equilibrium ในภาษาเศรษฐศาสตร์ จุดนี้คือจุดที่อุปสงค์กับอุปทานพบกัน ราคาและปริมาณการซื้อขายที่จุดนี้มีแนวโน้มที่จะคงตัว เพราะไม่มีแรงใดขยับมันไปได้

แต่ในตลาดจริง จุดสมดุลนี้ไม่ได้นิ่งเฉยไปตลอด มันเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามา เช่น ข่าวข่าวสาร นโยบายเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน หรือแม้แต่เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยน กฎของอุปสงค์ก็ทำให้ราคาปรับตัวไปหาจุดสมดุลใหม่

การใช้แนวคิดนี้ในการเทรดหุ้นนั้นพอใจพอ ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้น นักลงทุนจะต้องการซื้อมากขึ้น ราคาก็ปรับตัวขึ้น ในทางกลับกัน ถ้ามีข่าวไม่ดี ผู้ขายจะเพิ่มขึ้น ราคาปรับลง

นักเทรดที่ใช้การวิเคราะห์เทคนิคมักมองหาจุดที่อุปสงค์หรืออุปทานมีความไม่สมดุล พวกเขาดูแท่งเทียน ดูแนวรับและแนวต้าน พยายามคาดการณ์ว่าราคาจะไปไหนต่อ ทั้งหมดนี้ลงมาที่การเข้าใจว่าแรงซื้อและแรงขายอยู่ที่ไหน

เทคนิค Demand Supply Zone ที่ได้รับความนิยมนั้นมีพื้นฐานมาจากแนวคิดนี้ นักเทรดมองหาพื้นที่ที่ราคาเคยตัดสินใจซื้อหรือขาย (Demand Zone หรือ Supply Zone) แล้วรอให้ราคากลับมาที่บริเวณนั้นอีกครั้ง เมื่อราคาเข้าเขตนั้น พวกเขาคาดการณ์ว่าแรงซื้อ (ถ้าเป็น Demand Zone) หรือแรงขาย (ถ้าเป็น Supply Zone) จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง

มีรูปแบบสองแบบที่นักเทรดใช้ แบบแรกคือการจับจังหวะเมื่อราคากลับตัว (Reversal) เช่น ราคาดิ่งลงมาก แล้วสร้างฐานในพื้นที่ Demand Zone ก่อนที่จะกลับตัวขึ้น แบบที่สองคือการเทรดตามแนวโน้มต่อเนื่อง เมื่อราคาพักตัวเล็กน้อย แล้วก็วิ่งต่อในทิศทางเดิม

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจว่า กฎของอุปสงค์ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี มันเป็นพลังที่จริงๆ ขยับตลาด ทุกครั้งที่เราเห็นราคาเปลี่ยน ลองคิดดูว่า "เกิดอะไรขึ้นกับดุลยภาพ" ราคาเพิ่มขึ้นเพราะอุปสงค์เพิ่มขึ้น หรือเพราะอุปทานลดลง ราคาลดลงเพราะเหตุใด ถ้าคิดแบบนี้ เราจะเห็นตลาดได้ชัดขึ้น และการตัดสินใจลงทุนก็จะมีพื้นฐานที่ดีขึ้นไปด้วย
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan