เพิ่งลองสำรวจตลาดหุ้นอังกฤษและเจอเรื่องที่น่าสนใจ ตลาดลอนดอนกำลังมีความเปลี่ยนแปลงเยอะเลย โดยเฉพาะพอดี FTSE 100 เพิ่งปรับตัวลง เพราะข้อมูลการค้าจากจีนอ่อนแอลง นักลงทุนหลายคนกำลังจับตามองว่าเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อ หุ้นอังกฤษ แบบไหนบ้าง



คิดว่าน่าจะแชร์ 8 ตัวที่ดูน่าติดตามตอนนี้ เพราะแต่ละตัวมีเรื่องราวที่แตกต่างกันเลย

เริ่มจาก AstraZeneca ตัวนี้เป็นบริษัทชีวเภสัชฯ ใหญ่มากเลย ตั้งอยู่ที่เคมบริดจ์ สเปเชียลด้านยาแก้โรคมะเร็ง หัวใจ ไต และโรคทางเดินหายใจ ที่รู้จักกันดี คือพัฒนาวัคซีนโควิดร่วมกับอ็อกซ์ฟอร์ด ตอนนี้ P/E ของมันอยู่ที่ 30.3 ดิวิเดนด์ยีลด์ประมาณ 1.94% ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 79.93 ดอลลาร์

Linde ก็อีกตัวที่น่าสนใจ บริษัทก๊าซอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นแหละ เดิมมีต้นกำเนิดจากเยอรมนี แต่ตอนนี้จดทะเบียนที่ลอนดอน ให้บริการด้านก๊าซและวิศวกรรมสำหรับหลายอุตสาหกรรม ราคาของมันสูงกว่า 482.71 ดอลลาร์ P/E ที่ 34.1 ดูเหมือนจะแพงหน่อย แต่ EPS ของมันก็ดีพอสมควร

HSBC นี่คือธนาคารใหญ่จริงๆ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1865 ที่ฮ่องกง ตอนนี้มีสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอน ให้บริการธนาคารเพื่อรายย่อยและพาณิชย์ทั่วโลก สำนักงานกว่า 39 ล้านราย ราคาตอนนี้ 64.60 ดอลลาร์ P/E ต่ำกว่า 13 ดิวิเดนด์ยีลด์สูงถึง 5.03% ถ้าชอบหุ้นที่ให้เงินปันผลดี HSBC ก็น่าดูเลย

Shell พลังงาน บริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งในโลก มีสำนักงานที่ลอนดอน ทำน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เคมีภัณฑ์ และพลังงานสะอาด ดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศ ราคา 73.71 ดอลลาร์ ดิวิเดนด์ยีลด์ประมาณ 3.91% เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้คงที่จากการลงทุน

Unilever บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติ ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทำความสะอาด ยาสำหรับเด็ก แบรนด์ที่รู้จัก เช่น Dove, Knorr, Lipton, Magnum ดำเนินธุรกิจในกว่า 190 ประเทศ ราคา 62.52 ดอลลาร์ P/E ที่ 24.3 ดิวิเดนด์ 3.1% เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสถียรภาพ

Arm Holdings นี่คือบริษัทเทคโนโลยีที่มีความหมายเยอะ ออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ที่ประหยัดพลังงาน ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต IoT ทั่วโลก ไม่ได้ผลิตชิปเอง แต่ออกแบบของมันใช้ได้ Apple, Samsung, Qualcomm เป็นต้น ราคา 140.66 ดอลลาร์ P/E สูงมาก 199-202 แต่ EPS ต่ำ ไม่มีดิวิเดนด์ สำหรับผู้ที่ชอบเทคโนโลยีและเติบโต

British American Tobacco บริษัทยาสูบและนิโคตินที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่ง ผลิตบุหรี่ ยาสูบ ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า แบรนด์ Dunhill, Lucky Strike, Pall Mall ดำเนินงานในกว่า 180 ประเทศ ราคา 56.77 ดอลลาร์ ดิวิเดนด์ยีลด์สูงถึง 5.0% P/E ที่ 31.3 ถ้าหากต้องการรายได้สูง ตัวนี้ก็เป็นตัวเลือก

Rolls-Royce Holdings ตัวท้ายสุด บริษัทวิศวกรรมการบินและอวกาศ เครื่องยนต์อากาศยาน ระบบขับเคลื่อนทางทะเล พลังงาน ตั้งอยู่ที่ลอนดอน ราคา 14.15 ดอลลาร์ P/E ที่ 15.3-15.9 ดิวิเดนด์ 0.88% ตัวนี้ดูน่าติดตามสำหรับผู้ที่สนใจภาคการบิน

ถ้าจะลงทุนใน หุ้นอังกฤษ อย่างชาญฉลาด ต้องดูปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น GDP, อัตราเงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย แล้วก็ต้องวิเคราะห์ผลประกอบการของแต่ละบริษัท รายได้ กำไร หนี้สิน ด้วย ความเชื่อมั่นของตลาดนี่ก็ส่งผลเยอะ เพราะข่าวสาร เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนค่าเงิน ทั้งหมดส่งผลกระทบ

สรุปว่า หุ้นอังกฤษ ยังคงเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินโลก บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในลอนดอนนั้นสะท้อนทั้งเศรษฐกิจภายในและแนวโน้มระหว่างประเทศ มีโอกาสเติบโตผ่านเงินปันผลและราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนค่าเงิน ความท้าทายของแต่ละภาค ดังนั้นต้องสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนที่คาดหวังกับการวิเคราะห์ตัวชี้วัดเศรษฐกิจและแนวโน้มตลาดอย่างดี เพื่อจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
SHELL1,45%
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan