เพิ่งสังเกตเห็นว่าตลาดหุ้นอังกฤษกำลังดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนนี้เมื่อเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณความไม่แน่นอน ดัชนี FTSE 100 ยังคงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงสถานะของตลาด แม้ว่าจะมีความผันผวนอยู่บ้าง



มาดูที่หุ้นอังกฤษตัวจริงๆ ที่น่าจับตามองกันเลย ผมเห็นว่า AstraZeneca ยังคงเป็นตัวจริงในภาคยา มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 248 พันล้านดอลลาร์ โดยมี P/E ที่ประมาณ 30 และอัตราเงินปันผลประมาณ 1.94 เปอร์เซนต์ บริษัทนี้ได้ชื่อเสียงจากการพัฒนาวัคซีนโควิด และยังคงเน้นการวิจัยยาสำหรับโรคมะเร็งและโรคหัวใจ

แล้ว Linde ล่ะ บริษัทนี้เป็นผู้นำด้านก๊าซอุตสาหกรรม มูลค่าตลาดประมาณ 226 พันล้านดอลลาร์ กับ P/E ที่สูงกว่าหน่อย ประมาณ 34 ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 1.23 เปอร์เซนต์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการเติบโตในระยะยาว

HSBC เป็นอีกตัวที่ผมติดตามอยู่ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่นี้มีมูลค่าตลาดประมาณ 224 พันล้านดอลลาร์ และสิ่งที่น่าสนใจคือ P/E ค่อนข้างต่ำที่ประมาณ 12.9 เทียบกับอัตราเงินปันผลที่ดีมาก ถึง 5.03 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นตัวเลือกดีสำหรับผู้ที่หาผลตอบแทนจากเงินปันผล

Shell ยังคงเป็นจุดสนใจในภาคพลังงาน มูลค่าตลาดประมาณ 214 พันล้านดอลลาร์ มี P/E ที่ประมาณ 16 และอัตราเงินปันผล 3.91 เปอร์เซนต์ บริษัทนี้กำลังลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทิศทางที่สำคัญ

Unilever เป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีชื่อเสียง มูลค่าตลาดประมาณ 153 พันล้านดอลลาร์ P/E ประมาณ 24 และอัตราเงินปันผล 3.1 เปอร์เซนต์ ผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมาจากบริษัทนี้

ตัวจริงที่น่าสนใจคือ Arm Holdings บริษัทเทคโนโลยีที่ออกแบบชิปสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ มูลค่าตลาดประมาณ 149 พันล้านดอลลาร์ แต่ P/E สูงมาก ประมาณ 200 เพราะบริษัทยังอยู่ในระยะเติบโต และไม่มีอัตราเงินปันผล ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการเติบโต

British American Tobacco มูลค่าตลาดประมาณ 124 พันล้านดอลลาร์ P/E ประมาณ 31 แต่อัตราเงินปันผลสูงถึง 5 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้จากเงินปันผล

และสุดท้าย Rolls-Royce Holdings ผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน มูลค่าตลาดประมาณ 117 พันล้านดอลลาร์ P/E ประมาณ 15 ถึง 16 อัตราเงินปันผล 0.88 เปอร์เซนต์ บริษัทนี้เป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมการบิน

ตอนนี้ผมเห็นว่าตลาดหุ้นอังกฤษมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนานไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ต้องจำไว้ว่าตลาดนี้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของค่าเงิน และสภาวะเศรษฐกิจโลก

เมื่อพิจารณาการลงทุนในหุ้นอังกฤษ ควรดูที่ผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัท อัตรากำไร และระดับหนี้สิน พร้อมกับติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น การเติบโตของ GDP และตัวเลขการจ้างงาน ความเสี่ยงก็มีอยู่ เพราะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความท้าทายเฉพาะภาคส่วน ดังนั้นการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนที่คาดหวังกับการบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ
UK100201,43%
HSBC3,83%
SHELL1,45%
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan