เร็ว ๆ นี้มีคนพูดถึงเรื่องเงินเฟ้อกันเยอะมาก ลองคิดดูว่าเงินเฟ้อคือสถานการณ์ที่ราคาสินค้าและบริการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าเงินในกระเป๋าของเราค่อย ๆ สูญเสียอำนาจการซื้อไป เช่น เมื่อก่อน 50 บาทซื้อข้าวได้หลายจาน แต่ตอนนี้ซื้อได้แค่จานเดียว นั่นคือเงินเฟ้อที่ทำให้ของแพงขึ้นนั่นเอง



หากมองจากมุมมองคนธรรมดา เงินเฟ้อเกิดจากสาเหตุหลัก ๆ สามประการ ประการแรกคือความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นแต่สินค้าไม่เพียงพอ ประการที่สองต้นทุนการผลิตแพงขึ้นจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์โลก และประการที่สามคือรัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มเข้ามาในระบบ ตอนนี้โลกเผชิญกับสถานการณ์ที่รวมทั้งสามอย่างพร้อม ๆ กัน

สิ่งที่น่าสนใจคือเงินเฟ้อไม่ได้ทำให้ทุกคนเสียหาย บ้างคนก็ได้ประโยชน์ เช่น พ่อค้าสามารถขึ้นราคาสินค้าได้ตามภาวะตลาด ส่วนผู้ถือหุ้นและนายธนาคารก็ได้กำไรจากการลงทุน แต่คนที่เสียเปรียบคือพนักงานเงินเดือน เพราะเงินเดือนเพิ่มขึ้นแต่ไม่ทันกับเงินเฟ้อ

เมื่อดูประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย พบว่าเงินเฟ้อขึ้นสูงสุดในปี 2517 ถึง 24.3 เปอร์เซ็นต์เพราะสงครามตะวันออกกลาง ตัวเลขสูง ๆ ก็เกิดขึ้นในปี 2541 ที่ 7.89 เปอร์เซ็นต์ หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจ ล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2565 ทะลุไป 7.10 เปอร์เซ็นต์เพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ตรงนี้สำคัญ เงินเฟ้อคือแนวโน้มที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างมาก เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยเงินฝากก็ต่ำ ฝากเงินไว้ธนาคารคิดดูแล้วไม่คุ้มเท่าไร ดังนั้นคนจึงหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์

ตัวอย่างเช่น ปตท. ในช่วงเศรษฐกิจดีเพราะน้ำมันแพง ครึ่งแรกของปีนั้นมีกำไรสุทธิ 64,419 ล้านบาท เติบโต 12.7 เปอร์เซ็นต์ หุ้นกลุ่มธนาคารและประกันก็ได้ประโยชน์เพราะดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น

แต่ถ้าเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินไป (ที่เรียกว่า Hyper Inflation) ก็กลับเป็นปัญหา ราคาสินค้าแพงจนคนซื้อน้อยลง ยอดขายลดลง ธุรกิจลดการผลิต ปลดพนักงาน อัตราว่างงานเพิ่ม เศรษฐกิจซบเซา นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

เงินเฟ้อแตกต่างจากเงินฝืด ซึ่งเป็นตรงข้าม ราคาสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ความต้องการซื้อน้อย ปริมาณเงินในระบบไม่เพียงพอ ก็ทำให้เศรษฐกิจตกตะลึง ทั้งสองสถานการณ์ต่างก็เป็นอันตรายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

หากอยากรับมือกับเงินเฟ้อ ควรวางแผนการลงทุนให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น ลงทุนในสินทรัพย์มั่นคง เช่น ทองคำ และติดตามข่าวเศรษฐกิจอยู่เสมอ สำหรับใครที่มีเงินเยอะพอ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็ดี เพราะค่าเช่าเพิ่มตามเงินเฟ้อ ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารและประกันก็เป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงนี้

สุดท้ายแล้ว เงินเฟ้อในระดับที่พอเหมาะนั้นดีต่อเศรษฐกิจ เพราะช่วยกระตุ้นการเติบโต แต่ถ้ามากจนเกินไปก็กลับมาเป็นโจทย์ใหญ่ นักลงทุนจึงต้องติดตามสถานการณ์ให้ดี เพื่อไม่พลาดโอกาสและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan