เพิ่งสังเกตเห็นเกมพลิกที่น่าสนใจในตลาดคริปโตเมื่อวานนี้ Strategy ออกมาส่งสัญญาณผ่านโซเชียลว่าเตรียมกลับมาซื้อบิตคอยน์เข้าคลังอีกครั้ง หลังจากที่ Michael Saylor ยืนยันในงานแถลงผลว่าคิดจะขายออกมาบ้างเพื่อจ่ายปันผล นี่ทำให้ชาวคริปโตใจสั่นไหวไปสักพักเลย



ตัวเลขที่น่าสนใจคือบริษัทกำของอยู่เต็มมือถึง 818,334 BTC ด้วยต้นทุนเฉลี่ยราว 75,537 ดอลลาร์ ซีอีโอ Phong Le ออกมาอธิบายว่าแผนขายเหรียญเพื่อจ่ายปันผลนั้นแค่เป็นกลยุทธ์บริหารสภาพคล่องทางการเงินเท่านั้น ด้วยปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตที่พุ่งกว่า 60 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ยอดขายระดับพันล้านของพวกเขาแทบไม่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาได้เลย นี่คือกลยุทธ์ทางการเงินที่หลายคนมองว่าแยบยลมาก เพราะจริงๆ แล้วพวกเขาเพียงแต่ปรับเกมเพื่อดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้เข้ามาถือหุ้นมากขึ้น โดยใช้สภาพคล่องของตลาดบิตคอยน์เป็นตัวซับแรงกระแทก

แต่ทีนี้ด้านราคาเองกำลังเข้าเขย่าขวัญตลาดคริปโตอีกระลอก เมื่อตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายนพุ่งขึ้นไปแตะ 3.56% ซึ่งสัญญาณนี้อาจให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอการหั่นดอกเบี้ยออกไป บิตคอยน์ปัจจุบันอยู่ที่ 77,480 ดอลลาร์ แต่กราฟเทคนิคกำลังเตือนเรา เพราะราคาก่อตัวในรูปแบบ rising wedge pattern ซึ่งมักเป็นสัญญาณของการกลับตัวลงสู่ขาลง

สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือแรงซื้อจากสถาบันเริ่มแผ่วลงชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อหุ้น Strategy เทรดต่ำกว่ามูลค่าที่ตรึงไว้ ทำให้การระดมทุนมาซื้อเหรียญเพิ่มทำได้ยากขึ้น นักวิเคราะห์หลายคนจึงเตือนว่าถ้าราคาหลุดแนวรับสำคัญแถว 78,600 ดอลลาร์ เราอาจเห็นการเทขายเพื่อกวาดสภาพคล่องจนราคารูดลงไปถึง 70,000 ดอลลาร์ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าสามารถทะลุแนวต้านและเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันขึ้นไปได้ โอกาสวิ่งกลับไปที่ 90,000 ดอลลาร์ก็ยังเปิดอยู่

สถานการณ์ของอีเธอรัมกำลังน่าเป็นห่วงมากกว่า เมื่อนำมาเทียบกับบิตคอยน์ในช่วงปีที่ผ่านมา มูลค่าร่วงหล่นลงไปแล้วกว่า 35% ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2,130 ดอลลาร์ และกราฟยังติดอยู่ใต้เส้นที่กดดันมาตั้งแต่ปี 2022 ล่าสุดโดนตบตกลงมาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 20 เดือน ข้อมูลจากกระดานเทรดระดับโลกชี้ให้เห็นว่ามี 3.62 ล้านเหรียญจ่อรอขายอยู่บนกระดาน ซึ่งการที่มีปริมาณเหรียญรอขายมหาศาลขนาดนี้สวนทางกับบิตคอยน์ที่คนแห่ถอนออกไปเก็บถาวร นักวิเคราะห์จึงเตือนว่าถ้าแรงซื้อยังแห้ง เราอาจเห็นราคาดิ่งลงไปอีก 40% จนกลับไปแตะจุดต่ำสุดของรอบปี 2020 นี่คือสัญญาณที่บอกว่าความเป็นสินทรัพย์เงินฝืดของอีเธอรัมกำลังสูญเสียแรงดึงดูด ในขณะที่เม็ดเงินก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินต่างเทใจและเทเงินไปกระจุกอยู่ที่บิตคอยน์แทน

แต่ที่จริงๆ อาจเป็นตัวกำหนดชะตาตลาดคริปโตในระยะยาวคือกฎหมายของสหรัฐฯ Bill Hughes ทนายความจาก Consensys ออกมาเตือนว่า ร่างกฎหมาย CLARITY Act ของปี 2025 กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นมาก รัฐสภามีเวลาทำงานเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะถึงช่วงปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นปฏิทินการเมืองทั้งหมดจะเข้าสู่โหมดการหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอม หากไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านได้ทัน โอกาสที่จะเห็นกฎหมายกำกับดูแลตลาดคริปโตที่ครอบคลุมอาจถูกแช่แข็งไปจนถึงปี 2030 ซึ่งหมายความว่าอุตสาหกรรมคริปโตในอเมริกาจะต้องตกอยู่ในความคลุมเครือต่อไป เปิดโอกาสให้เม็ดเงินทุนไหลออกไปยังภูมิภาคอื่นที่มีกฎหมายชัดเจนกว่า

ส่วนดัชนี Fear and Greed Index ประจำวันนี้อยู่ที่ 48 ซึ่งบอกว่าตลาดคริปโตอยู่ในสภาวะตัวต่อตัว
BTC0,82%
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan