เพิ่งสังเกตเห็นว่าหลายคนพูดถึง Black Swan แต่ไม่ค่อยเข้าใจว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้มันคืออะไร ลองมาคุยกันดูนะ เพราะเรื่องหงส์ดำนี่ส่งผลต่อการลงทุนและเศรษฐกิจเราเยอะมาก



เรื่องของหงส์ดำมันมีมาตั้งแต่ยุคโรมันแล้ว ตอนนั้นคนเชื่อว่าหงส์ต้องเป็นสีขาวเท่านั้น จนกระทั่งปี 1697 กัปตันชาวดัตช์ชื่อ Willem de Vlamingh ค้นพบหงส์สีดำจริงๆ ในออสเตรเลีย เลยเปลี่ยนความคิดจากเรื่องเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้แต่ก็เกิดขึ้นได้จริง

ในปี 2007 นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายเลบานอน Nassim Nicholas Taleb เขียนหนังสือเรื่อง The Black Swan ซึ่งอธิบายว่า Black Swan คือเหตุการณ์ที่อยู่เหนือความคาดหมาย สร้างผลกระทบใหญ่โต และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผู้คนจะหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมมันถึงเกิด

ถ้าดูจากตัวอย่างจริงๆ เหตุการณ์ที่ทำให้ประเทศไทยสั่นสะเทือนเยอะ เช่น ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของไทยลดลงมากกว่าประเทศอื่น ลดลงไป 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นอันดับ 2 เป็นรองจากอินเดีย ทำให้คนไทยกังวลว่าจะเกิดวิกฤตแบบต้มยำกุ้งซ้ำอีกครั้ง

แล้วก็สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ทำให้เงินเฟ้อสูง ดอลลาร์แข็งค่า เงินบาทอ่อนค่า ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหมดนี่ส่งผลต่อประเทศไทยทางอ้อมแต่ก็หนักหนา ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นเพราะราคาก๊าซธรรมชาติ ค่าครองชีพพุ่งขึ้น

อ่อ แล้ว COVID-19 ล่ะ นั่นเป็นหงส์ดำจริงๆ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะมีการ Lockdown ทำให้เศรษฐกิจปิดตัวลง 90% ของภาคเอกชน หลายอุตสาหกรรมต้องปิด ผู้คนว่างงาน ไม่มีกำลังซื้อ ตลาดตกต่ำอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับปี 2566 นั้น ตลาดเตือนเราถึงปัญหาหลายประการ เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย หุ้นไทยมีแนวโน้มดีขึ้นเพราะการท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่ตลาดคริปโต ยังคงเสี่ยงจากเหตุการณ์ Black Swan ได้ เหมือนเมื่อปี 2564 ที่บิทคอยน์ร่วงลงแตะ 30,000 ดอลลาร์ ทองคำก็อาจเป็นตัวเลือกสำหรับนักลงทุนเพราะอุปสงค์จากจีนและอินเดีย ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังเงินเฟ้อของสหรัฐผ่อนคลาย

สำหรับการเตรียมตัวเป็นนักลงทุน ข้อแรกคือต้องยอมรับว่าหงส์ดำตัวต่อไปจะต้องมา ไม่ควรเครียด แต่ควรเตรียมตัว ข้อสองคือเมื่อราคาตกจากเหตุการณ์ Black Swan นั้น ลงทุนในบริษัทที่มั่นคง ราคาจะขึ้นมาอีก ข้อสามคือกระจายพอร์ตการลงทุน อย่าเอาทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียว ต้องกระจายไปหุ้น พันธบัตร โลหะมีค่า อสังหาริมทรัพย์

มีอีกเทคนิคนึงคือใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น ออปชันหรือฟิวเจอร์ส เพื่อป้องกันความเสี่ยง และที่สำคัญคือมีมุมมองระยะยาว แม้ Black Swan จะส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่ตลาดมักจะดีดกลับและฟื้นตัวเมื่อเวลาผ่านไป

จริงๆ แล้ว Black Swan นี่เป็นเรื่องเตือนสติ ถ้าเรารู้จักรับมือให้ดี มีแผนสำรอง มองด้านลบของเรื่องต่างๆ ล่วงหน้า ไม่ว่าวิกฤตไหนใหญ่โตสักเท่าไร ก็สามารถเปลี่ยนจากด้านลบให้กลายเป็นด้านบวกได้ ใช้หงส์ดำเป็นตัวช่วงเตือนให้ตั้งรับภัย และจำไว้เสมอว่าทุกอย่างเป็นไปได้แม้โอกาสจะน้อยมากก็ตาม
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan