Dasar
Spot
Perdagangkan kripto dengan bebas
Perdagangan Margin
Perbesar keuntungan Anda dengan leverage
Konversi & Investasi Otomatis
0 Fees
Perdagangkan dalam ukuran berapa pun tanpa biaya dan tanpa slippage
ETF
Dapatkan eksposur ke posisi leverage dengan mudah
Perdagangan Pre-Market
Perdagangkan token baru sebelum listing
Futures
Akses ribuan kontrak perpetual
CFD
Emas
Satu platform aset tradisional global
Opsi
Hot
Perdagangkan Opsi Vanilla ala Eropa
Akun Terpadu
Memaksimalkan efisiensi modal Anda
Perdagangan Demo
Pengantar tentang Perdagangan Futures
Bersiap untuk perdagangan futures Anda
Acara Futures
Gabung acara & dapatkan hadiah
Perdagangan Demo
Gunakan dana virtual untuk merasakan perdagangan bebas risiko
Peluncuran
CandyDrop
Koleksi permen untuk mendapatkan airdrop
Launchpool
Staking cepat, dapatkan token baru yang potensial
HODLer Airdrop
Pegang GT dan dapatkan airdrop besar secara gratis
Pre-IPOs
Buka akses penuh ke IPO saham global
Poin Alpha
Perdagangkan aset on-chain, raih airdrop
Poin Futures
Dapatkan poin futures dan klaim hadiah airdrop
Investasi
Simple Earn
Dapatkan bunga dengan token yang menganggur
Investasi Otomatis
Investasi otomatis secara teratur
Investasi Ganda
Keuntungan dari volatilitas pasar
Soft Staking
Dapatkan hadiah dengan staking fleksibel
Pinjaman Kripto
0 Fees
Menjaminkan satu kripto untuk meminjam kripto lainnya
Pusat Peminjaman
Hub Peminjaman Terpadu
Promosi
AI
Gate AI
Partner AI serbaguna untuk Anda
Gate AI Bot
Gunakan Gate AI langsung di aplikasi sosial Anda
GateClaw
Gate Blue Lobster, langsung pakai
Gate for AI Agent
Infrastruktur AI, Gate MCP, Skills, dan CLI
Gate Skills Hub
10RB+ Skills
Dari kantor hingga trading, satu platform keterampilan membuat AI jadi lebih mudah digunakan
GateRouter
Pilih secara cerdas dari 40+ model AI, dengan 0% biaya tambahan
เพิ่งเห็นคนพูดถึงเรื่อง Stagflation คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแต่ราคาแพงขึ้นพร้อม ๆ กัน แล้วเนี่ยเหมือนเป็นเรื่องที่ประเทศไทยอาจจะเจอได้ในอนาคต ลองไปดูว่าจริง ๆ แล้ว stagflation คือ อะไรกันแน่ และเรากำลังอยู่ใกล้ชิดกับมันแค่ไหน
แบ่งมันออกมาดูก่อนจะเข้าใจง่าย Stagflation มาจากสองคำ คือ Stagnation (เศรษฐกิจชะลอตัว) กับ Inflation (ราคาแพงขึ้น) นั่นคือ เมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายตัว คนว่างงานเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้ากลับปรับสูง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติและยากต่อการแก้ไข
ในยุค 1970s สหรัฐอเมริกาเคยเจอเรื่องนี้จริง ๆ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เงินเฟ้อทะลุ 10% ในขณะที่อัตราว่างงานก็ใกล้ 10% เหมือนกัน ต้องใช้ 3 คน เปลี่ยนตัวผู้บริหารธนาคารกลาง จนสุดท้าย Paul Volcker เข้ามาและตัดสินใจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยถึง 18% เพื่อกดราคา ผลก็คือเศรษฐกิจตกต่ำสาหัส และถึงกับถดถอยสองครั้งในหนึ่งปี แม้แต่ละตินอเมริกาก็ได้รับผลกระทบจนเกือบล้มละลาย
มาดูกรณีไทยบ้าง ปัจจุบันเรามี 3 สัญญาณที่ต้องติดตาม ประการแรก GDP ของไทยคาดว่าจะขยายตัว 3.0 ถึง 3.7% ในปี 2566 ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20 ถึง 25 ล้านคน และการบริโภคในประเทศก็ดีขึ้น ประการที่สอง อัตราว่างงานของไทยมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบันอยู่ที่ 1.23% ซึ่งไม่ได้สูงถึงขั้นวิกฤต ประการที่สาม เงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2566 อยู่ที่ 3.79% YoY ซึ่งสูง แต่มีแนวโน้มชะลอตัวลง
เมื่อรวมทั้งสามปัจจัยเข้าด้วยกัน stagflation คือ ภาวะที่ยังห่างไกลจากประเทศไทยในตอนนี้ เพราะเศรษฐกิจยังมีแรงหนุนจากการบริโภคและการท่องเที่ยว แม้ว่าเงินเฟ้อสูง แต่ก็มีสัญญาณว่าจะลดลงในช่วงกลางปี
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราปลอดภัยสมบูรณ์นะ ความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิด Stagflation คือ ประเด็นต้นทุนสูงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และหนี้ครัวเรือนที่สูง หากอัตราดอกเบี้ยต้องปรับขึ้นต่อไป อาจทำให้ผู้บริโภคหดตัวได้
ถ้าจะพูดถึงกลยุทธ์การลงทุนในสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนควรมองหาสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ เช่น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ และหุ้นวัฏจักร ทองคำโดยเฉพาะเป็นที่ยอมรับว่าเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี เพราะราคาของมันมีทิศทางเดียวกับอัตราเงินเฟ้อ
สรุปก็คือ ถึงแม้ว่า stagflation คือ ภาวะที่ยังไม่ใกล้ตัวประเทศไทยในตอนนี้ แต่ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยต้องแก้ปัญหาต้นทุนและเงินเฟ้อให้ได้ หรือเศรษฐกิจอาจเจอปัญหาในระยะยาว เราในฐานะนักลงทุนก็ควรเตรียมพอร์ตการลงทุนให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ตอนนี้