เร็วๆ นี้ เห็นหลายคนกำลังพูดถึง เงินเฟ้อ แต่ยังมีหลายคนที่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันคืออะไร และส่งผลกระทบต่อการเงินของเราอย่างไร ลองมาเจาะลึกดูกันครับ



เงินเฟ้อ ที่ว่าคือภาวะเศรษฐกิจที่ระดับราคาสินค้าและบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พูดง่ายๆ ก็คือ เงินเฟ้อ ทำให้ของแพงขึ้นนั่นเอง ลองนึกดูครับ เมื่อก่อนด้วยเงิน 50 บาท เราซื้อข้าวได้หลายจาน แต่ตอนนี้ด้วยเงินจำนวนเดียวกัน ซื้อได้เพียงจานเดียว นั่นคือผลของ เงินเฟ้อ ที่ทำให้มูลค่าเงินลดลง

เงินเฟ้อ มาจากไหนกันแน่ โดยทั่วไปมี 3 สาเหตุหลัก ประการแรกคือความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นแต่สินค้าไม่พอ ผู้ขายจึงขึ้นราคา ประการที่สอง ต้นทุนการผลิตแพงขึ้น เช่น ราคาน้ำมันหรือวัตถุดิบสูงขึ้น ผู้ผลิตต้องเพิ่มราคาสินค้า และประการที่สามคือรัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มมากๆ ส่งผลให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น เงินจึงมีค่าน้อยลง

ในช่วงโลกระบาดเมื่อสักครู่ คนเรามีการใช้จ่าย revenge spending อย่างมาก ความต้องการซื้อสินค้าพุ่งสูง แต่การผลิตยังไม่ทันเพราะสายการผลิตหยุดชะงัก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าอื่นๆ ปัญหาข้อจำกัดด้านอุปทาน เช่น ขาดตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งและขาดชิปเซมิคอนดักเตอร์ ก็ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงตามไปด้วย

แล้ว เงินเฟ้อ กระทบต่อใครบ้าง ที่ได้ประโยชน์คือผู้ประกอบการและพ่อค้า เพราะสามารถขึ้นราคาสินค้าได้ แต่คนเงินเดือนกลับเสียเปรียบ เพราะเงินเดือนเพิ่มไม่ทันกับ เงินเฟ้อ ส่วนเศรษฐกิจโดยรวม ถ้า เงินเฟ้อ อยู่ในระดับที่พอเหมาะจะดีต่อการเติบโต แต่ถ้าสูงเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นการรวมตัวของ เงินเฟ้อ สูง กับการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ สถานการณ์เลวร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

เมื่อพูดถึง เงินเฟ้อ ก็ต้องเปรียบเทียบกับ เงินฝืด ที่เป็นตรงกันข้าม เงินฝืด เกิดขึ้นเมื่อระดับราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่อง ความต้องการซื้อน้อย ปริมาณเงินหมุนเวียนไม่พอ ราคาสินค้าจึงปรับลดลง ผู้ผลิตไม่อยากผลิต เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งเสียหายต่อเศรษฐกิจเช่นกัน ทั้ง เงินเฟ้อ และ เงินฝืด ที่รุนแรงและยืดเยื้อล้วนส่งผลเสีย

ผลกระทบของ เงินเฟ้อ ต่อชีวิตประจำวัน ราคาสินค้าจำเป็นเช่น เนื้อสัตว์ น้ำมัน ผัก ไข่ ก๊าซหุงต้ม ต่างก็แพงขึ้น ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น อำนาจซื้อของเงินลดลง ประชาชนจับจ่ายได้น้อยลง ธุรกิจขายของน้อยลง ต้นทุนสูงขึ้น เจ้าของธุรกิจลดการลงทุนและจ้างงาน ผลคือมีคนตกงานเพิ่มขึ้น การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชะลอลง

เมื่อ เงินเฟ้อ มา ควรทำอะไร ประการแรก วางแผนการลงทุนให้ดี ไม่ควรเก็บเงินไว้นิ่ง เพราะดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ลงทุนในหุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ประการที่สอง หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น วางแผนการใช้จ่ายให้รัดกุม ประการที่สาม ลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคง เช่น ทองคำ เพราะราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกับ เงินเฟ้อ ประการที่สี่ ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงตลอด

ในช่วง เงินเฟ้อ หุ้นกลุ่มไหนที่ได้ประโยชน์ หุ้นธนาคารและประกันเป็นหลัก เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ธนาคารได้กำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น บริษัทประกันได้ผลตอบแทนสูงขึ้นจากการลงทุนตราสารหนี้ หุ้นกลุ่มอาหารก็ได้ประโยชน์เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่คนต้องใช้และมีอำนาจต่อรองในการกำหนดราคา

สรุปแล้ว เงินเฟ้อ ในระดับพอเหมาะนั้นดีต่อเศรษฐกิจ แต่ถ้าสูงเกินไปก็เป็นปัญหา ส่วน เงินฝืด ที่ราคาลดลงนั้นเสียหายต่อเศรษฐกิจเช่นกัน นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอยู่เสมอ วางแผนการลงทุนให้เหมาะสม และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถสร้างกำไรและปกป้องทรัพย์สินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan