เมื่อเห็นราคาทองคำพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ฉันก็เริ่มเห็นคำถามที่ยำเยื้อในกลุ่มลงทุนว่า "ทองจะลงอีกไหม" - และจริงๆ แล้วนี่คือคำถามที่ถูกต้องที่ควรถามในตอนนี้



สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2569 ไม่ใช่แค่ราคาสูงขึ้นตามปกติหรือ FOMO ธรรมดา มันคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ลึกซึ้งในระบบการเงินโลก ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเก็บทองคำอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 แล้ว เพราะพวกเขาต้องการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ การซื้อขายทองคำจากธนาคารกลางตลาดเกิดใหม่เช่น จีน อินเดีย บราซิล ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา

แล้ว ทองจะลงอีกไหม? คำตอบคือ "อาจจะลง แต่ไม่ใช่ลงแบบถูกเหนือราคาหรือหลุดจากวัฏจักร" ในเดือนมกราคม เมื่อวิกฤตกรีนแลนด์ระหว่างสหรัฐและยุโรปเกิดขึ้น ราคาทองพุ่งไปแตะ 5,600 ดอลลาร์ - นั่นคือสัญญาณว่าตลาดกำลังตีราคาความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น แม้ว่าสถานการณ์จะเคลื่อนไปสู่การประนีประนอม แต่นักลงทุนก็เห็นชัดเจนว่า "ความไม่แน่นอน" เป็นสภาวะปกติใหม่ของโลก

เมื่อฉันดูแนวรับและแนวต้านทางเทคนิค ระดับ 4,680 ถึง 4,750 ดอลลาร์ดูเหมือนเป็นจุดสะสมที่ดีหากราคาย่อตัว แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ ทองจะลงอีกไหม ขึ้นอยู่กับว่าความตึงเครียดระหว่างประเทศจะคลี่คลายหรือไม่ และหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะเกิดปัญหาหรือไม่

ในไทย ราคาทองแท่งสูงขึ้นมาถึง 70,000 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็นระดับแข็งที่สุดในเกือบ 5 ปี ทำไมถึงเป็นแบบนี้? เพราะนักลงทุนชาวไทยขายทองทำกำไร แล้วแลกเงินตราต่างประเทศเป็นบาท ตัวเลข 35% ของปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศในไทยมาจากธุรกรรมทองคำ - นั่นคือ "Gold-Baht Correlation" ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพยายามควบคุม

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการใหม่ในปี 2569 - เพดานการซื้อขายรายวัน 50-100 ล้านบาท การรายงานธุรกรรมขนาดใหญ่ และการส่งเสริมการซื้อขายในรูปดอลลาร์ สิ่งนี้ส่งผลให้ผู้ลงทุนจำนวนมากเลิกซื้อทองแท่งจริงและหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นแทน

สถาบันการเงินใหญ่ๆ ของโลกต่างปรับเป้าหมายราคาขึ้นแบบต่อเนื่อง Goldman Sachs บอก 5,400 ดอลลาร์ J.P. Morgan บอก 5,055 ดอลลาร์เป็นเฉลี่ย Bank of America บอก 6,000 ดอลลาร์ - แม้ว่าจะมีเสียงข้อหารูป เช่น HSBC ที่บอก 3,950 ดอลลาร์ แต่กระแสหลักของตลาดเป็นขาขึ้น

ถ้าถามว่า ทองจะลงอีกไหม ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า? อาจจะใช่ แต่เป็นการลงแบบ "Dip" ชั่วคราว ไม่ใช่การพังทั้งหมด สัญญาณ RSI Overbought บอกว่าจะมีการขายทำกำไรระยะสั้น แต่โครงสร้างของตลาดยังคงหนุนราคา ข้อเสนอแนะของฉันคือ ถ้าคุณยังไม่ได้ลงทุน อย่าเข้าที่จุดสูงสุด รอให้ราคาย่อตัวลงมาแล้วเข้า ถ้าคุณเข้าแล้ว ให้ถือไว้ เพราะวัฏจักรนี้ยังไม่จบ

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด? ก็คือการที่ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวแรงๆ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงสูง - นั่นจะทำให้นักลงทุนโยกเงินออกจากทองคำ แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ยังพุ่งสูงขึ้น และความกังวลเรื่องการเสื่อมค่าของเงินกระดาษยังคงอยู่
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan