ถ้าคุณเป็นนักเทรด คงจะรู้ว่าต้นทุนที่แท้จริงของการเทรดไม่ได้มีแค่ Spread กับค่าคอมมิชชัน มีอีกอย่างหนึ่งที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อคุณเพิ่งเริ่มต้น นั่นคือค่า Swap ที่ฉันอยากจะอธิบายให้ชัดเจนในวันนี้



ตามที่ฉันเข้าใจ Swap คือค่าธรรมเนียมสำหรับการถือครองสถานะข้ามคืน หรือที่เรียกว่า Overnight Interest หรือ Rollover Fee ถ้าพูดง่ายๆ มันก็คือดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นจากการที่คุณถือออเดอร์ผ่านเวลาที่ตลาดปิดทำการ

ทำไมมันต้องมีอยู่ล่ะ เมื่อคุณเทรดคู่เงิน เช่น EUR/USD คุณกำลัง "ยืม" สกุลเงินหนึ่ง เพื่อ "ซื้อ" อีกสกุลเงินหนึ่ง สกุลเงินทุกสกุลมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายของตัวเอง ซึ่งกำหนดโดยธนาคารกลาง เมื่อคุณยืมสกุลเงินใด คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับมัน และเมื่อคุณถือสกุลเงินใด คุณควรได้รับดอกเบี้ยจากมัน ค่า Swap ก็คือส่วนต่างสุทธิของดอกเบี้ยทั้งสองขาน

ตัวอย่างเช่น ถ้าดอกเบี้ย EUR อยู่ที่ 4.0% ต่อปี และ USD อยู่ที่ 5.0% ต่อปี เมื่อคุณ Buy EUR/USD คุณจะได้ดอกเบี้ย EUR แต่จ่ายดอกเบี้ย USD ส่วนต่างคือ -1.0% ต่อปี นั่นหมายความว่าคุณต้องจ่าย Swap เป็นลบ

แต่ในความเป็นจริง โบรกเกอร์คือคนกลางที่อำนวยความสะดวก พวกเขาจะบวก "ค่าธรรมเนียมการจัดการ" ของตัวเองเข้าไป ดังนั้น แม้ว่าในทางทฤษฎีคุณควรจะได้ Swap บวก แต่โบรกเกอร์อาจจะบวกค่าจัดการเข้าไป ทำให้ Swap ที่คุณได้รับจริงอาจจะเหลือแค่เศษส่วนหรือกลายเป็นลบทั้งสองฝั่ง

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Swap Long และ Swap Short ถึงไม่เท่ากันเป๊ะๆ

แนวคิดนี้ขยายไปถึงสินทรัพย์อื่นๆ ด้วย สำหรับหุ้นหรือดัชนี Swap มักจะอิงตามอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่สินทรัพย์นั้นซื้อขาย สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ มันซับซ้อนกว่า อาจอิงจากต้นทุนการจัดเก็บหรือการ Rollover สัญญา Futures และสำหรับคริปโตเคอร์เรนซี Swap มักจะอิงจาก Funding Rate ในตลาด Exchange ซึ่งมีความผันผวนสูงมาก

มีประเภท Swap ที่สำคัญที่ต้องรู้ Swap บวกคือเมื่อคุณได้รับเงินเข้าพอร์ตทุกคืน เกิดขึ้นเมื่อดอกเบี้ยของสินทรัพย์ที่คุณซื้อสูงกว่าสิ่งที่คุณยืมอย่างมีนัยสำคัญ Swap ลบคือสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุด คุณต้องจ่ายเงินออกจากพอร์ตทุกวัน

จุดที่นักเทรดมือใหม่พลาดกันเยอะคือ 3-Day Swap ปกติ Swap จะคิดวันละ 1 ครั้ง แต่จะมี 1 วันในสัปดาห์ที่คุณจะโดนคิด Swap 3 เท่า ทำไม เพราะตลาด Forex ส่วนใหญ่ปิดทำการในวันเสาร์และอาทิตย์ แต่ดอกเบี้ยในโลกการเงินเดินหน้าทุกวัน โบรกเกอร์จึงต้องรวบยอดคิดค่า Swap ของวันเสาร์และอาทิตย์ มาไว้ในวันทำการ ส่วนใหญ่คือคืนวันพุธ

การดูค่า Swap นั้นสำคัญมาก คุณต้องดูก่อนที่จะเปิดออเดอร์ สำหรับแพลตฟอร์มมาตรฐานเช่น MT4 หรือ MT5 ให้ไปที่ Market Watch คลิกขวาที่สินทรัพย์ เลือก Specification แล้วมองหา Swap Long และ Swap Short ตัวเลขมักจะเป็นหน่วย Points ซึ่งต้องนำไปคำนวณต่อ

วิธีการคำนวณต้นทุนค่า Swap มี 2 แบบหลักๆ แบบแรกคือคำนวณจากหน่วย Points สูตรคือ Swap (เป็นเงิน) = (Swap Rate in Points) × (มูลค่าของ 1 Point) ตัวอย่างเช่น คุณเทรด Buy 1 Lot EUR/USD และ Swap Long = -8.5 Points สำหรับ EUR/USD 1 Lot, 1 Pip มีค่า $10 USD ดังนั้น 1 Point มีค่า $1 USD การคำนวณคือ (-8.5) × ($1) = -8.5 USD ต่อคืน

แบบที่สองคือคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ต่อคืน สูตรคือ Swap (เป็นเงิน) = (มูลค่ารวมของสถานะ) × (อัตรา Swap %) มูลค่ารวมของสถานะ = (จำนวน Lot) × (Contract Size) × (ราคาตลาด ณ เวลาคิด Swap)

ตัวอย่าง คุณเทรด Buy 1 Lot EUR/USD (1 Lot = 100,000 หน่วย) ณ เวลาคิด Swap ราคา EUR/USD อยู่ที่ 1.0900 และค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Buy) = -0.008% ขั้นตอนแรกหามูลค่ารวมของสถานะ: 1 × 100,000 × 1.0900 = 109,000 USD ขั้นตอนที่สอง: 109,000 × (-0.008 / 100) = -8.72 USD นั่นหมายความว่าคุณจะเสียค่า Swap 8.72 USD สำหรับการถือข้ามคืน 1 คืน

ประเด็นสำคัญที่ต้องตระหนักคือ Swap ถูกคำนวณจาก "มูลค่าเต็ม" ของสถานะ ไม่ใช่จาก "เงินประกัน" ที่คุณวาง ถ้าคุณใช้ Leverage 1:100 ในการเปิดออเดอร์ 1 Lot นี้ คุณอาจจะวาง Margin แค่ประมาณ 1,090 USD แต่คุณกำลังเสียค่า Swap คืนละ 8.72 USD เมื่อเทียบกับ Margin ของคุณ มันคือ (8.72 / 1090) × 100 = 0.8% ของเงิน Margin ต่อคืน นี่คือเหตุผลว่าทำไม Swap เป็นต้นทุนแฝงที่น่ากลัว หากคุณเทรดโดยใช้ Leverage สูงและถือออเดอร์ทิ้งไว้ในตลาดที่นิ่งๆ ค่า Swap สามารถกัดกินเงิน Margin ของคุณจนหมดพอร์ตได้

Swap ไม่ได้มีแค่ความเสี่ยง มันยังสร้างโอกาสให้กับนักเทรดบางกลุ่มด้วย ความเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุดคือ Swap ลบจะกัดกินกำไรของคุณ คุณอาจจะเทรดได้กำไรจากส่วนต่างราคา 30 USD แต่ถ้าคุณถือออเดอร์มา 3 คืนและโดน 3-Day Swap ไป -26 USD กำไรสุทธิจะเหลือแค่ 4 USD

ในตลาด Sideways การถือออเดอร์ที่มี Negative Swap ไปเรื่อยๆ คือการขาดทุนอย่างช้าๆ ทุกวัน นักเทรดหลายคนทนแรงกดดันนี้ไม่ไหวและต้องปิดสถานะไป ทั้งๆ ที่แผนเดิมอาจจะรอให้ราคาทะลุแนวต้าน

แต่มีโอกาสด้วย กลยุทธ์ Carry Trade คือการใช้ประโยชน์จาก Positive Swap โดยตรง แนวคิดคือการยืมสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำมากๆ เช่น JPY ของญี่ปุ่น มา "ซื้อ" สกุลเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงมากๆ เช่น MXN ของเม็กซิโก เพื่อ "รับ" ค่า Swap บวก เข้าพอร์ตทุกวัน

ตัวอย่างเช่น เปิดออเดอร์ Buy AUD/JPY (ซื้อดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งดอกเบี้ยสูง และยืมเยนญี่ปุ่น ซึ่งดอกเบี้ยต่ำ) หากอัตรา Swap Long เป็นบวก คุณจะได้เงินทุกคืนที่ถือออเดอร์ แต่ความเสี่ยงหลักคือ ถ้าค่าเงิน AUD/JPY ร่วงหนัก ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจจะมากกว่ากำไรจาก Swap ที่สะสมมาเป็นปี

ทางเลือกที่น่าสนใจอีกอย่างคือบัญชีปลอด Swap หรือบัญชีอิสลาม เนื่องจากหลักศาสนาอิสลามห้ามการคิดดอกเบี้ย บัญชีประเภทนี้จะไม่มีการคิดค่า Swap ไม่ว่าคุณจะถือออเดอร์ข้ามคืนนานแค่ไหน นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Swing Traders หรือ Position Traders ที่ต้องการถือออเดอร์เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยไม่ต้องกังวลว่า Swap จะมากินกำไร

แน่นอนว่าโบรกเกอร์ต้องหารายได้จากทางอื่นมาชดเชย โดยทั่วไปบัญชี Swap-Free อาจมีค่า Spread ที่กว้างกว่าบัญชีปกติเล็กน้อย หรือมีค่าธรรมเนียมการจัดการแบบคงที่

สรุปก็คือ Swap ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียมหยุมหยิม มันมีผลกระทบต่อการเทรดของคุณอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับนักเทรดระยะสั้นมาก มันแทบไม่มีผลกระทบ เพราะคุณปิดออเดอร์ในไม่กี่นาที แต่นักเทรดที่ถือเป็นเดือนหรือปี จะมีผลกระทบมหาศาล คุณอาจจะต้องเลือกเทรดเฉพาะฝั่งที่มี Positive Swap หรือต้องไปใช้บัญชี Swap-Free เท่านั้น การเลือกโบรกเกอร์ที่โปร่งใสในเรื่องค่าธรรมเนียมและมีแพลตฟอร์มที่แสดงข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจน จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างรัดกุม ไม่มีต้นทุนแฝงมาทำให้คุณประหลาดใจในภายหลัง
EURUSD200-0,04%
EURUSD20-0,04%
EURUSD100-0,04%
AUDJPY-0,15%
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan