หลายคนสงสัยว่าเงินของประเทศใดแพงที่สุดในโลกจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูจากชื่อหรือความนิยม แต่ต้องดูจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงๆ ที่บอกว่า 1 หน่วยของเงินนั้นแลกได้เท่าไหร่เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น



ตัวจริงที่ครองตำแหน่งที่ 1 คือ ดีนาร์คูเวต ซึ่ง 1 KWD แลกได้ถึง 3.26 USD ทำไมถึงแพงขนาดนี้ก็เพราะคูเวตเป็นผู้ส่งออกน้ำมันขั้นแนวหน้า ส่งออกวันละ 3 ล้านบาร์เรล ทำให้เศรษฐกิจแข็งแรง และสกุลเงินจึงมีเสถียรภาพสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

อันดับสองคือ ดีนาร์บาห์เรน ที่ 1 BHD = 2.65 USD บาห์เรนก็เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันเช่นกัน มีเงินเฟ้อต่ำมากแค่ 0.8% ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลตลอด ทำให้ค่าเงินมั่นคง

แล้วก็เรียลโอมาน ที่ 1 OMR = 2.60 USD ประเทศนี้ผลิตน้ำมันวันละ 1 ล้านบาร์เรล เศรษฐกิจโตไปทีละน้อย ตรึงค่าเงินกับดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2516 จนถึงตอนนี้ ความเสถียรแบบนี้ทำให้เงินประเทศไหนแพงที่สุดนั้นมักจะมาจากประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแรง

ถ้าพูดถึงประเทศที่ไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมัน ก็ต้องยกให้ปอนด์สเตอร์ลิง 1 GBP = 1.33 USD อังกฤษเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 6 ของโลก ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินโลก มีเทคโนโลยีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ อิทธิพลแบบนี้ทำให้ปอนด์ยังคงแข็งแกร่ง

ฟรังก์สวิส ก็อีกหนึ่งตัวที่ต้องจับตา 1 CHF = 1.21 USD เพราะมีกฎหมายให้สำรองทองคำ 40% เพื่อหนุนค่าเงิน ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจก็กลายเป็นที่ลี้ภัยของนักลงทุน ยูโรก็ไม่แพ้ 1 EUR = 1.13 USD แม้จะเป็นเงินใหม่แต่ได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์สำรองสำคัญของ IMF

จริงๆ เงินประเทศไหนแพงที่สุดนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเพียงอย่างเดียว ต้องดูว่าประเทศนั้นมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งแค่ไหน มีทรัพยากรหรือไม่ เสถียรภาพการเมืองเป็นไง ถ้ารัฐบาลไม่น่าเชื่อถือ เงินแพงแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ทำให้การเลือกสกุลเงินต้องคิดหลายมิติ ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขแลกเปลี่ยน
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan