เคยสงสัยไหมว่าทำไมนักเทรดมืออาชีพถึงดูกราฟราคาแล้วรู้ทิศทางตลาดได้ อันที่จริงพวกเขาส่วนใหญ่ใช้หลักการเดียวกัน คือ ทฤษฎีดาว ซึ่งเป็นพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์มากว่า 100 ปี



ทฤษฎีดาว (dow theory คือ) แนวคิดจากชาร์ลส์ ดาว ที่เขาพัฒนาขึ้นเพื่ออธิบายว่าราคาหุ้นเคลื่อนไหวอย่างไร เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เขาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของราคากับคลื่นทะเล มีช่วงที่ขึ้นเด่นชัด ช่วงที่ลงเด่นชัด และช่วงที่ไปมาไม่เป็นทิศทาง

ถ้าดูกราฟในแนวโน้มขาขึ้น ราคาจะสร้างจุดสูงใหม่ (Higher High) และจุดต่ำใหม่ที่สูงกว่าเดิม (Higher Low) ตรงกันข้ามกับแนวโน้มขาลง ที่ราคาจะต่ำลงเรื่อย ๆ โดยสร้างจุดต่ำใหม่ (Lower Low) และจุดสูงใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม (Lower High) นี่คือหัวใจของทฤษฎีดาวที่ช่วยให้เราตัดสินใจเทรดได้

ทฤษฎีนี้แบ่งแนวโน้มออกเป็น 3 ระดับ ระดับหลัก (Primary Trend) ใช้เวลาตั้งแต่ 200 วันขึ้นไป บางทียาวถึง 4 ปี ระดับรอง (Intermediate Trend) ระหว่าง 3 สัปดาห์ถึง 3 เดือน และระดับย่อย (Minor Trend) ไม่เกิน 3 สัปดาห์ แต่ละระดับสำคัญเพราะมันบอกเราว่าเราลงทุนในช่วงเวลาไหน

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับทฤษฎีดาว คือ มันมี 6 หลักการสำคัญ ประการแรก ตลาดดูดซับข้อมูลทั้งหมดแล้ว ความคิดเห็นทั้งหมด ข่าวสาร และความคาดหวังของนักลงทุนแสดงออกมาในราคา ประการที่สอง ปริมาณซื้อขาย (Volume) ต้องตรงกับแนวโน้ม ถ้าราคาขึ้นแต่ปริมาณลง แสดงว่าแนวโน้มนั้นอ่อนแอ ประการที่สาม แนวโน้มจะดำเนินต่อไปจนกว่ามีสัญญาณเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

การใช้ทฤษฎีดาวในการเทรดจริง ๆ ต้องรู้จัก 3 ช่วงสำคัญของการขึ้น ช่วงแรกคือการสะสม (Accumulation) ที่นักลงทุนมืออาชีพเข้าซื้อเงียบ ๆ ช่วงที่สองเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ (Public Participation) ที่ราคาขึ้นรวดเร็วและเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้น นี่คือช่วงทองสำหรับเก็งกำไร ช่วงที่สามคือการแจกจ่าย (Distribution) ที่นักลงทุนรายใหญ่เริ่มออกจำหน่าย อันตรายมากถ้าเข้าซื้อตอนนี้

รูปแบบ Double Bottom และ Double Top เป็นสัญญาณสำคัญอีกตัวหนึ่ง Double Bottom (จุดต่ำสองครั้ง) บ่งบอกว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้น Double Top (จุดสูงสองครั้ง) บ่งบอกว่ากำลังจะเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง ถ้าเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ได้ดี ก็เหมือนมีแผนที่ของตลาดในมือ

ข้อดีของทฤษฎีดาว คือ มันง่ายและเหตุผลที่ชัดเจน ไม่ต้องใช้ตัวเลขเศรษฐศาสตร์ที่ซับซ้อน สามารถใช้ได้กับสินค้าใด ๆ จากหุ้น ทองคำ ไปจนถึงคริปโต แต่ข้อเสียคือมันช้า บางทีกว่าจะยืนยันแนวโน้มจริง ๆ ราคาได้เคลื่อนไปไกลแล้ว และมันไม่สนใจปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ถ้าคุณเรียนรู้ทฤษฎีดาวให้ดี คุณจะสามารถวางแผนการเทรดได้แม่นยำมากขึ้น รู้ว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในช่วงไหน ควรเข้าซื้อหรือขายหรือรอ นี่คือเหตุผลที่นักเทรดมืออาชีพยังคงใช้หลักการนี้จนถึงทุกวันนี้
Lihat Asli
Halaman ini mungkin berisi konten pihak ketiga, yang disediakan untuk tujuan informasi saja (bukan pernyataan/jaminan) dan tidak boleh dianggap sebagai dukungan terhadap pandangannya oleh Gate, atau sebagai nasihat keuangan atau profesional. Lihat Penafian untuk detailnya.
  • Hadiah
  • Komentar
  • Posting ulang
  • Bagikan
Komentar
Tambahkan komentar
Tambahkan komentar
Tidak ada komentar
  • Disematkan