เห็นคนเทรดหลายคนยังสับสนระหว่าง Pullback กับ Throwback อยู่เลย พอดีเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยในตลาด ลองอธิบายให้ชัดซะหน่อยว่าเรื่องนี้มีความสำคัญแค่ไหนในการเทรด



พูดง่าย ๆ Pullback คือการดึงตัวกลับของราคาในแนวโน้มขาลง ส่วน Throwback เป็นการดึงตัวกลับในแนวโน้มขาขึ้น ทั้งสองแบบนี้มีลักษณะเดียวกัน คือราคาไม่ทะลุแนวรับ-แนวต้านเดิม แล้วกลับไปตามแนวโน้มหลักต่อ ความแตกต่างคือทิศทางเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือการเข้าใจว่าเมื่อไหร่ราคาจะ Throwback มาทดสอบแนวรับ จะเป็นโอกาสเข้าซื้อที่ดีมากเพราะได้ราคาที่ดี

เรื่องที่ทำให้หลายคนพลาดคือการสับสนกับ Reversal Pattern ซึ่งมันต่างกันขาดลานมาก Reversal จะมีการทำลายแนวรับ-แนวต้าน ส่วน Pullback/Throwback ไม่ทะลุ และอีกอย่างคือ Reversal มักมีปริมาณการซื้อขายที่สูง ในขณะที่ Pullback/Throwback มักเป็นการปรับฐานที่มีปริมาณน้อย

วิธีที่ฉันใช้คือรอให้ราคา Throwback มาทดสอบแนวรับที่เคยเป็นจุดต้านทานเดิม ถ้าราคาหลุดไป ก็อาจเป็น Reversal จริง แต่ถ้าราคากลับตัวขึ้นไป ก็เป็น Throwback ที่ดี สำหรับจุดตัดขาดทุนตั้งไว้ต่ำกว่าแนวรับนั้นเล็กน้อย

อีกวิธีที่ได้ผลคือการดูเส้นแนวโน้ม (Trendline) ถ้าราคา Throwback มาทดสอบเส้นแนวโน้มแล้วไม่หลุด นั่นคือจุดเข้าที่ดี หรือใช้ Fibonacci เพื่อหาระดับ 23.6% หรือ 38.2% ของการปรับตัว ปกติแนวโน้มที่แข็งแกร่ง Pullback/Throwback จะไม่เกินระดับเหล่านี้

สำหรับการเทรดแบบขั้นบันไดก็ใช้ได้ดีเหมือนกัน ตรงจุดที่ราคา Throwback มาทดสอบจุดสูงเดิม หรือ Pullback มาทดสอบจุดต่ำเดิม แล้วเข้าเล่นที่นั่น

สิ่งที่ต้องจำไว้คือ Pullback และ Throwback ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้ม มันเป็นการชะลอตัวระยะสั้นเพื่อให้นักลงทุนใหม่เข้าเล่นหรือให้ผู้ถือสถานะเดิมล็อกกำไรบางส่วน เมื่อเข้าใจสิ่งนี้แล้ว Throwback ก็กลายเป็นโอกาสที่ดีในการหาจุดเข้าที่ได้เปรียบ และการรวม Pullback/Throwback เข้ากับเครื่องมืออื่น ๆ ก็ช่วยให้แม่นยำมากขึ้น ลองนำไปใช้ดูแล้วจะเห็นความแตกต่างในการเทรดเอง
قد تحتوي هذه الصفحة على محتوى من جهات خارجية، يتم تقديمه لأغراض إعلامية فقط (وليس كإقرارات/ضمانات)، ولا ينبغي اعتباره موافقة على آرائه من قبل Gate، ولا بمثابة نصيحة مالية أو مهنية. انظر إلى إخلاء المسؤولية للحصول على التفاصيل.
  • أعجبني
  • تعليق
  • إعادة النشر
  • مشاركة
تعليق
إضافة تعليق
إضافة تعليق
لا توجد تعليقات
  • مُثبت