เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนถามเรื่องอุปสงค์อุปทานกันเยอะมาก โดยเฉพาะตอนตลาดมีความผันผวนแบบนี้ จริงๆ แล้ว กฎของอุปสงค์และอุปทานกล่าวว่าอย่างไรนั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นหุ้น น้ำมัน ทองคำ หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์ดิจิทัล ราคาทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับเรื่องนี้



พูดง่ายๆ ก็คือ อุปสงค์คือความต้องการซื้อ อุปทานคือความต้องการขาย เมื่อมีคนต้องการซื้อเยอะ ราคาก็ขึ้น เมื่อมีคนต้องการขายเยอะ ราคาก็ลง นี่คือหลักการพื้นฐานที่ขับเคลื่อนทุกอย่างในตลาด

การที่ราคาเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดจากสองผลกระทบ ผลทางรายได้ (Income Effect) คือเมื่อราคาลดลง กระเป๋าของเราก็มีค่ามากขึ้น เราก็ซื้อได้มากขึ้น และผลทางการทดแทน (Substitution Effect) คือเมื่อสินค้าอื่นแพงขึ้น สินค้านี้ก็ดูเหมือนถูกลงและน่าซื้อกว่า

อย่างไรก็ตาม กฎของอุปสงค์และอุปทานกล่าวว่าอย่างไรนั้นไม่ใช่แค่เรื่องราคาและปริมาณ มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ความเชื่อมั่นของนักลงทุน นโยบายของรัฐบาล เทคโนโลยี และแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เหมือนสงครามในอิหร่าน ที่ทำให้อุปทานน้ำมันลดลงอย่างกะทันหัน ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นทันทีเพราะอุปสงค์ยังคงมี

จุดที่สำคัญที่สุดคือดุลยภาพ (Equilibrium) ที่จุดที่เส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานตัดกัน นั่นคือราคาที่ตลาดเห็นพ้อง ถ้าราคาสูงกว่าจุดนี้ จะมีสินค้าเหลือ ราคาก็จะปรับลง ถ้าราคาต่ำกว่าจุดนี้ จะมีการขาดแคลน ราคาก็จะปรับขึ้น

ในตลาดหุ้น กฎของอุปสงค์และอุปทานกล่าวว่าอย่างไรนั้นยังใช้ได้เหมือนกัน เมื่อข่าวดีออกมา อุปสงค์ก็เพิ่ม ราคาหุ้นขึ้น เมื่อข่าวร้ายออกมา อุปทานก็เพิ่ม ราคาหุ้นลง นักเทรดมักใช้หลักการนี้มองหาจุดเบรคอาวต์ เมื่อราคาทะลุแนวต้านหรือแนวรับ นั่นคือจุดที่อุปสงค์หรืออุปทานเข้ามาแรง

การใช้ Demand Supply Zone เป็นเทคนิคยอดนิยมในการเทรด มองหาจุดที่ราคาวิ่งแรงๆ แล้วมาพักตัวในกรอบ เมื่อมีปัจจัยใหม่ราคาก็จะทะลุกรอบนั้นและวิ่งต่อ นั่นคือสัญญาณที่ดี

สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราเข้าใจกฎของอุปสงค์และอุปทานกล่าวว่าอย่างไรนั้นดี เราก็สามารถคาดการณ์ทิศทางราคาได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะวิเคราะห์เชิงพื้นฐานหรือเทคนิค ทั้งนี้จำเป็นต้องศึกษาและลองใช้จริงกับข้อมูลตลาดเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน
此頁面可能包含第三方內容,僅供參考(非陳述或保證),不應被視為 Gate 認可其觀點表述,也不得被視為財務或專業建議。詳見聲明
  • 打賞
  • 回覆
  • 轉發
  • 分享
回覆
請輸入回覆內容
請輸入回覆內容
暫無回覆