廣場
最新
熱門
新聞
我的主頁
發布
ChainSpy
2026-05-25 09:45:10
關注
เพิ่งสังเกตเห็นว่าหุ้นโรงพยาบาล กำลังเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงกันมากในตลาด โดยเฉพาะตอนนี้ที่เข้าปีม้าไฟแล้ว แม้ว่ากลุ่มนี้มีการปรับตัวลงในช่วงแรก แต่ก็ยังมีตัวท็อปๆ ที่คงความเชื่อถือได้ดี
จริงๆ แล้ว การลงทุนในหุ้นโรงพยาบาล มันน่าสนใจเพราะเป็น Defensive Stock ที่มีรายได้สม่ำเสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม คนเรายังต้องใช้บริการทางการแพทย์อยู่ดี ฉะนั้นธุรกิจนี้จึงมีความเสี่ยงต่ำและเหมาะสำหรับการถือครองไว้ยาวๆ
มาดูกันว่ามีตัวไหนบ้างที่น่าจับตามอง เริ่มจากตัวใหญ่ที่สุดในตลาด BDMS (บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ) ที่มี Market Cap 319,430 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 20.00 บาท P/E อยู่ที่ 19.5 เท่า บริษัทนี้มีโรงพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงศูนย์การแพทย์ในพม่าเป็นจำนวนมาก แผนขยายตัวของพวกเขาดูค่อนข้างมั่นคง
ถัดมา BH (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) ที่มี Market Cap 135,060 ล้านบาท ราคา 167.50 บาท ตัวนี้น่าสนใจเพราะ ROE สูงถึง 31.9% ซึ่งแสดงว่าบริษัทใช้เงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยต่างชาติเป็นสัดส่วนสูง ดังนั้นต้องติดตามสภาวะการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้วย
แล้วก็ BCH (บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล) ที่ราคา 10.20 บาท มีสาขา 15 แห่ง โฟกัสไปยังคนไข้ไทยและประกันสังคมเป็นหลัก P/E อยู่ที่ 19.7 เท่า ตัวนี้น่าติดตามเพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน
สำหรับตัวที่เล็กกว่านั้น มี RAM (โรงพยาบาลรามคำแหง) ที่ราคา 18.20 บาท มีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคเฉพาะทาง โดยเฉพาะโรคหัวใจและศัลยกรรม ตัวนี้มี P/E ค่อนข้างสูงที่ 33.41 เท่า แต่ ROE ต่ำเพียง 3.38% ซึ่งต้องดูให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
แล้วก็ VIBHA (โรงพยาบาลวิภาวดี) ที่ราคา 1.88 บาท นักวิเคราะห์เพิ่งแนะนำให้ซื้อ โดยตั้งเป้าหมายที่ 2.74 บาท มองว่าปีนี้จะมีแนวโน้มที่สดใสจากการคลายกังวลเรื่องประกันสังคม
CHG (โรงพยาบาลจุฬารัตน์) ราคา 1.50 บาท มีแผนขยายสาขาและเพิ่มจำนวนเตียง โฟกัสไปยังผู้ป่วยเงินสด 65-70% ส่วน PR9 (โรงพยาบาลพระรามเก้า) ที่ราคา 18.7-18.9 บาท มีการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย
การเลือกหุ้นโรงพยาบาล ต้องดูว่าแต่ละตัวมีกลุ่มลูกค้าไหน ถ้าเน้นต่างชาติ ต้องติดตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นด้วย ถ้าเน้นในประเทศ ต้องดูนโยบายประกันสังคมและจำนวนประชากร อัตราส่วน P/E และ ROE ก็สำคัญ P/E ต่ำแสดงว่าหุ้นอาจถูกราคา แต่ต้องดู ROE ด้วยว่าบริษัทใช้เงินทุนได้ดีหรือไม่
อีกเรื่องที่ต้องดู คือ กลยุทธ์การเติบโต บางตัวเติบโตด้วยการควบรวมกิจการ บางตัวขยายสาขาใหม่ บางตัวจับกลุ่มเฉพาะความเชี่ยวชาญ แต่ละกลยุทธ์มีข้อดีข้อเสีย
ความจริงแล้ว ความสนใจต่อหุ้นโรงพยาบาล มาจากหลายปัจจัย จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น สังคมเข้าสู่ยุคผู้สูงวัย โรคใหม่ๆ ปรากฏตัว และที่สำคัญ ธุรกิจนี้มีรายได้สม่ำเสมอและความเสี่ยงต่ำ หลังจากลงทุนครั้งแรก ก็มีกระแสเงินสดตามมาเรื่อยๆ ซึ่งต่างจากธุรกิจอื่นที่ต้องมีการลงทุนเรื่อยๆ
หุ้นโรงพยาบาล มักจะเติบโตได้ดีแม้ในช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวใหญ่ที่มีชื่อเสียงหรือตัวกลางที่มีศักยภาพ ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีและลงทุนด้วยความเข้าใจ จะช่วยให้คุณได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาวได้
此頁面可能包含第三方內容,僅供參考(非陳述或保證),不應被視為 Gate 認可其觀點表述,也不得被視為財務或專業建議。詳見
聲明
。
打賞
按讚
回覆
轉發
分享
回覆
請輸入回覆內容
請輸入回覆內容
回覆
暫無回覆
熱門話題
查看更多
#
預測世界盃挪威VS英格蘭
34.09萬 熱度
#
GateUS合規擴展佛羅里達
432.51萬 熱度
#
美股AI概念股普漲
253.94萬 熱度
#
美伊戰爭陰雲再起
394.11萬 熱度
#
GUSD年化升至3.8%
89.82萬 熱度
已置頂
網站地圖
เพิ่งสังเกตเห็นว่าหุ้นโรงพยาบาล กำลังเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงกันมากในตลาด โดยเฉพาะตอนนี้ที่เข้าปีม้าไฟแล้ว แม้ว่ากลุ่มนี้มีการปรับตัวลงในช่วงแรก แต่ก็ยังมีตัวท็อปๆ ที่คงความเชื่อถือได้ดี
จริงๆ แล้ว การลงทุนในหุ้นโรงพยาบาล มันน่าสนใจเพราะเป็น Defensive Stock ที่มีรายได้สม่ำเสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม คนเรายังต้องใช้บริการทางการแพทย์อยู่ดี ฉะนั้นธุรกิจนี้จึงมีความเสี่ยงต่ำและเหมาะสำหรับการถือครองไว้ยาวๆ
มาดูกันว่ามีตัวไหนบ้างที่น่าจับตามอง เริ่มจากตัวใหญ่ที่สุดในตลาด BDMS (บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ) ที่มี Market Cap 319,430 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 20.00 บาท P/E อยู่ที่ 19.5 เท่า บริษัทนี้มีโรงพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงศูนย์การแพทย์ในพม่าเป็นจำนวนมาก แผนขยายตัวของพวกเขาดูค่อนข้างมั่นคง
ถัดมา BH (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) ที่มี Market Cap 135,060 ล้านบาท ราคา 167.50 บาท ตัวนี้น่าสนใจเพราะ ROE สูงถึง 31.9% ซึ่งแสดงว่าบริษัทใช้เงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยต่างชาติเป็นสัดส่วนสูง ดังนั้นต้องติดตามสภาวะการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้วย
แล้วก็ BCH (บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล) ที่ราคา 10.20 บาท มีสาขา 15 แห่ง โฟกัสไปยังคนไข้ไทยและประกันสังคมเป็นหลัก P/E อยู่ที่ 19.7 เท่า ตัวนี้น่าติดตามเพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน
สำหรับตัวที่เล็กกว่านั้น มี RAM (โรงพยาบาลรามคำแหง) ที่ราคา 18.20 บาท มีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคเฉพาะทาง โดยเฉพาะโรคหัวใจและศัลยกรรม ตัวนี้มี P/E ค่อนข้างสูงที่ 33.41 เท่า แต่ ROE ต่ำเพียง 3.38% ซึ่งต้องดูให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
แล้วก็ VIBHA (โรงพยาบาลวิภาวดี) ที่ราคา 1.88 บาท นักวิเคราะห์เพิ่งแนะนำให้ซื้อ โดยตั้งเป้าหมายที่ 2.74 บาท มองว่าปีนี้จะมีแนวโน้มที่สดใสจากการคลายกังวลเรื่องประกันสังคม
CHG (โรงพยาบาลจุฬารัตน์) ราคา 1.50 บาท มีแผนขยายสาขาและเพิ่มจำนวนเตียง โฟกัสไปยังผู้ป่วยเงินสด 65-70% ส่วน PR9 (โรงพยาบาลพระรามเก้า) ที่ราคา 18.7-18.9 บาท มีการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย
การเลือกหุ้นโรงพยาบาล ต้องดูว่าแต่ละตัวมีกลุ่มลูกค้าไหน ถ้าเน้นต่างชาติ ต้องติดตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นด้วย ถ้าเน้นในประเทศ ต้องดูนโยบายประกันสังคมและจำนวนประชากร อัตราส่วน P/E และ ROE ก็สำคัญ P/E ต่ำแสดงว่าหุ้นอาจถูกราคา แต่ต้องดู ROE ด้วยว่าบริษัทใช้เงินทุนได้ดีหรือไม่
อีกเรื่องที่ต้องดู คือ กลยุทธ์การเติบโต บางตัวเติบโตด้วยการควบรวมกิจการ บางตัวขยายสาขาใหม่ บางตัวจับกลุ่มเฉพาะความเชี่ยวชาญ แต่ละกลยุทธ์มีข้อดีข้อเสีย
ความจริงแล้ว ความสนใจต่อหุ้นโรงพยาบาล มาจากหลายปัจจัย จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น สังคมเข้าสู่ยุคผู้สูงวัย โรคใหม่ๆ ปรากฏตัว และที่สำคัญ ธุรกิจนี้มีรายได้สม่ำเสมอและความเสี่ยงต่ำ หลังจากลงทุนครั้งแรก ก็มีกระแสเงินสดตามมาเรื่อยๆ ซึ่งต่างจากธุรกิจอื่นที่ต้องมีการลงทุนเรื่อยๆ
หุ้นโรงพยาบาล มักจะเติบโตได้ดีแม้ในช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวใหญ่ที่มีชื่อเสียงหรือตัวกลางที่มีศักยภาพ ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีและลงทุนด้วยความเข้าใจ จะช่วยให้คุณได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาวได้