เพิ่งสังเกตเห็นว่าคนจำนวนมากยังไม่เข้าใจเรื่องภาวะฟองสบู่อย่างแท้จริง แล้วทำไมมันถึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักลงทุน



ฟองสบู่ในสินทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อราคาพุ่งสูงเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงของสินค้านั้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้น อสังหาริมทรัพย์ คริปโตฯลฯ ปัญหาคือการเก็งกำไรและความมั่นใจเกินควรของนักลงทุน ทุกคนแห่เข้ามาเพราะเห็นผู้อื่นกำลังทำกำไร ไม่ใช่เพราะเข้าใจพื้นฐานของสินทรัพย์จริงๆ

มาดูตัวอย่างจากประวัติศาสตร์กันดีกว่า วิกฤตซับไพรม์ปี 2551 เป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก ธนาคารเริ่มอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้คนที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนแห่ซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร สถาบันการเงินสร้างตราสารทางการเงินที่ซับซ้อน จนกระทั่งผู้กู้เริ่มผิดนัด ทุกอย่างก็ล่มสลายในทันที หนี้เสียทั่วโลกพุ่งถึง 15,000 ล้านดอลลาร์

ส่วนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ประเทศไทยเผชิญ ก็เกิดจากลักษณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยสูงมากเพราะเงินต่างประเทศไหลเข้ามา ตลาดอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟูและเกิดฟองสบู่ เมื่อเงินบาทถูกปรับลดค่า หนี้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศพุ่งสูงขึ้น ฟองสบู่แตก ราคาอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง นักลงทุนที่กู้ยืมเงินเยอะไม่สามารถชำระหนี้ได้

ภาวะฟองสบู่มีหลายประเภท ไม่ใช่แค่อสังหาริมทรัพย์ เรามีฟองสบู่ในตลาดหุ้น เกิดเมื่อราคาหุ้นพุ่งขึ้นจนไม่สมเหตุสมผล มีฟองสบู่สินเชื่อ เมื่อการให้กู้ยืมขยายตัวอย่างรวดเร็ว และฟองสบู่สินค้าโภคภัณฑ์ เช่นทองคำและน้ำมัน ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

ทำไมฟองสบู่ถึงเกิด ส่วนใหญ่เริ่มจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ดี อัตราดอกเบี้ยต่ำ เทคโนโลยีใหม่ หรือการค้นพบโอกาสลงทุนใหม่ แต่เมื่อราคาเริ่มพุ่งสูง จิตวิทยามนุษย์ก็เข้ามาเกี่ยว ความกลัวพลาดโอกาส ความคิดแบบหมู่คณะ ความมั่นใจเกินขนาด ทุกคนเชื่อว่าพวกเขาจะได้ผลกำไรแน่นอน และสามารถออกจากตลาดได้ก่อนที่มันจะแตก

ฟองสบู่ที่พองตัวมีห้าขั้นตอน ขั้นแรกคือการเคลื่อนย้าย เมื่อมีอะไรใหม่และน่าตื่นเต้นเข้ามา ขั้นที่สอง ราคาเริ่มพุ่งขึ้นเพราะนักลงทุนแห่เข้ามา ขั้นที่สาม ความรู้สึกตื่นเต้นเพราะทุกคนเห็นกำไรที่เกิดขึ้น ขั้นที่สี่ ผู้ลงทุนบางคนเริ่มขายเพื่อล็อกกำไร ขั้นที่ห้า ความตื่นตระหนก เมื่อทุกคนตระหนักว่าฟองสบู่ขาดลงแล้ว คลื่นการขายแบบตื่นตระหนกเกิดขึ้น ราคาตกลงอย่างรวดเร็ว

แล้วเราควรทำอะไร ก่อนอื่น ต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ของตัวเองจริงๆ คุณลงทุนเพราะเข้าใจสินทรัพย์ หรือเพราะกลัวพลาดโอกาส ถ้าเป็นอันหลัง คุณอาจมีส่วนสนับสนุนให้ฟองสบู่ขยายตัว

วิธีปกป้องตัวเองคือการกระจายพอร์ตโฟลิโอ อย่าเอาเงินทั้งหมดไปลงในสินทรัพย์ประเภทเดียว จำกัดการเก็งกำไรเมื่อคุณสงสัยว่าฟองสบู่กำลังก่อตัว ลองใช้กลยุทธ์เฉลี่ยต้นทุนเป็นดอลลาร์ ลงทุนเป็นจำนวนเล็กน้อยตามช่วงเวลา เก็บเงินสดสำรองไว้เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสหลังจากฟองสบู่แตก และที่สำคัญ ต้องศึกษาตลาดให้ดี ทำความเข้าใจสินทรัพย์ที่คุณลงทุน ติดตามข้อมูล ค้นคว้าก่อนตัดสินใจ

สรุปง่ายๆ ภาวะฟองสบู่เกิดจากการที่ราคาพุ่งเกินมูลค่าที่แท้จริง เนื่องจากพฤติกรรมเก็งกำไรและจิตวิทยามนุษย์ มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดประวัติศาสตร์ และผลกระทบนั้นรุนแรง ดังนั้นการเตรียมตัวให้ดี การกระจายความเสี่ยง และการศึกษาอย่างลึกซึ้งจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าคุณจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ตาม
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận
  • Đã ghim