廣場
最新
熱門
新聞
我的主頁
發布
BankruptWorker
2026-05-27 14:11:05
關注
剛剛อ่านเกี่ยวกับ EBITDA คืออะไร และพบว่าวอร์เรน บัฟเฟตต์ไม่ชอบตัวเลขนี้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วมันน่าสนใจพอสมควรเพราะหลายคนยังใช้มันอยู่ในการวิเคราะห์บริษัท
ก่อนอื่นเลย EBITDA คืออะไร ง่ายๆ เลยคือ Earnings Before Interest, Tax, Depreciation, and Amortization หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นกำไรจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นเงินสดนั่นแหละ โดยไม่ต้องหักค่าดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ทำให้บริษัทเช่น Tesla, SEA Group และสตาร์ตอัพต่างๆ ที่อยู่ในช่วงเติบโตชอบแสดงตัวเลขนี้กันเยอะ
ทำไมนักลงทุนถึงสนใจ EBITDA คืออะไร และใช้มันในการตัดสินใจ เพราะมันช่วยให้เห็นความสามารถของบริษัทในการทำกำไรได้ชัดเจนกว่า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องนโยบายทางบัญชีหรือภาษีที่อาจต่างกัน ถ้าบริษัท A มี EBITDA สูงกว่า บริษัท B ก็แปลว่าสามารถทำกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดีกว่า ใช้เปรียบเทียบบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ยอดเยี่ยม
แต่ที่ต้องระวังคือ EBITDA คืออะไร ที่ออกมาดูดีนั้นอาจไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด เพราะมันไม่ได้นับค่าใช้จ่ายหลายๆ อย่าง แม้บริษัทขาดทุนก็ยังมี EBITDA เป็นบวกได้ อีกอย่างคือการคำนวณ EBITDA เองก็อาจมีปัญหา ถ้าบริษัทมีหนี้เยอะหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นมาก ตัวเลข EBITDA อาจจะหลอกตาได้
วิธีคำนวณก็ไม่ยุ่งไปไหน คือ EBITDA เท่ากับ กำไรก่อนภาษี บวกต้นทุนทางการเงิน บวกค่าเสื่อมราคา บวกค่าตัดจำหน่าย ส่วนใหญ่บริษัทจะไม่แสดง EBITDA ในงบการเงินปกติ แต่จะอยู่ในรายงานประจำปี ถ้าไม่มีก็คำนวณเองได้
สำหรับการใช้งาน EBITDA คืออะไร ที่ดีคือใช้ดูความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท ยิ่งค่ามากยิ่งดี แต่ควรใช้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 ปี ไม่ควรใช้ในระยะยาว ส่วน EBITDA Margin ที่ดีควรมากกว่า 10 ขึ้นไป ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าเปรียบเทียบกับ Operating Income แล้ว EBITDA ไม่ได้หักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ในขณะที่ Operating Income หักหมดแล้ว ทำให้ Operating Income สะท้อนความจริงมากกว่า
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ EBITDA เป็นตัวเลขที่ปรับแต่งได้ บริษัทอาจแต่งมันให้ดูดีกว่าความจริง อีกทั้งมันไม่ได้สะท้อนสภาพคล่องของบริษัทจริงๆ และไม่ได้บ่งบอกถึงความเก่งของบริษัทอย่างแท้จริง เพราะค่าใช้จ่ายที่บวกเข้าไปนั้นเป็นค่าใช้จ่ายจริงที่ต้องจ่ายอยู่ดี
สรุปเลยว่า EBITDA คืออะไร ก็เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียว ต้องดูร่วมกับตัวเลขอื่นๆ เช่น Operating Income, Free Cash Flow และปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วยถึงจะตัดสินใจลงทุนได้ดี บัฟเฟตต์ไม่ชอบมันก็เพราะเหตุนี้แหละ
查看原文
此頁面可能包含第三方內容,僅供參考(非陳述或保證),不應被視為 Gate 認可其觀點表述,也不得被視為財務或專業建議。詳見
聲明
。
打賞
按讚
回覆
轉發
分享
回覆
請輸入回覆內容
請輸入回覆內容
回覆
暫無回覆
熱門話題
查看更多
#
預測世界盃挪威VS英格蘭
34.22萬 熱度
#
GateUS合規擴展佛羅里達
432.46萬 熱度
#
美股AI概念股普漲
253.89萬 熱度
#
美伊戰爭陰雲再起
394.04萬 熱度
#
GUSD年化升至3.8%
89.8萬 熱度
已置頂
網站地圖
剛剛อ่านเกี่ยวกับ EBITDA คืออะไร และพบว่าวอร์เรน บัฟเฟตต์ไม่ชอบตัวเลขนี้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วมันน่าสนใจพอสมควรเพราะหลายคนยังใช้มันอยู่ในการวิเคราะห์บริษัท
ก่อนอื่นเลย EBITDA คืออะไร ง่ายๆ เลยคือ Earnings Before Interest, Tax, Depreciation, and Amortization หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นกำไรจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นเงินสดนั่นแหละ โดยไม่ต้องหักค่าดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ทำให้บริษัทเช่น Tesla, SEA Group และสตาร์ตอัพต่างๆ ที่อยู่ในช่วงเติบโตชอบแสดงตัวเลขนี้กันเยอะ
ทำไมนักลงทุนถึงสนใจ EBITDA คืออะไร และใช้มันในการตัดสินใจ เพราะมันช่วยให้เห็นความสามารถของบริษัทในการทำกำไรได้ชัดเจนกว่า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องนโยบายทางบัญชีหรือภาษีที่อาจต่างกัน ถ้าบริษัท A มี EBITDA สูงกว่า บริษัท B ก็แปลว่าสามารถทำกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดีกว่า ใช้เปรียบเทียบบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ยอดเยี่ยม
แต่ที่ต้องระวังคือ EBITDA คืออะไร ที่ออกมาดูดีนั้นอาจไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด เพราะมันไม่ได้นับค่าใช้จ่ายหลายๆ อย่าง แม้บริษัทขาดทุนก็ยังมี EBITDA เป็นบวกได้ อีกอย่างคือการคำนวณ EBITDA เองก็อาจมีปัญหา ถ้าบริษัทมีหนี้เยอะหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นมาก ตัวเลข EBITDA อาจจะหลอกตาได้
วิธีคำนวณก็ไม่ยุ่งไปไหน คือ EBITDA เท่ากับ กำไรก่อนภาษี บวกต้นทุนทางการเงิน บวกค่าเสื่อมราคา บวกค่าตัดจำหน่าย ส่วนใหญ่บริษัทจะไม่แสดง EBITDA ในงบการเงินปกติ แต่จะอยู่ในรายงานประจำปี ถ้าไม่มีก็คำนวณเองได้
สำหรับการใช้งาน EBITDA คืออะไร ที่ดีคือใช้ดูความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท ยิ่งค่ามากยิ่งดี แต่ควรใช้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 ปี ไม่ควรใช้ในระยะยาว ส่วน EBITDA Margin ที่ดีควรมากกว่า 10 ขึ้นไป ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าเปรียบเทียบกับ Operating Income แล้ว EBITDA ไม่ได้หักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ในขณะที่ Operating Income หักหมดแล้ว ทำให้ Operating Income สะท้อนความจริงมากกว่า
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ EBITDA เป็นตัวเลขที่ปรับแต่งได้ บริษัทอาจแต่งมันให้ดูดีกว่าความจริง อีกทั้งมันไม่ได้สะท้อนสภาพคล่องของบริษัทจริงๆ และไม่ได้บ่งบอกถึงความเก่งของบริษัทอย่างแท้จริง เพราะค่าใช้จ่ายที่บวกเข้าไปนั้นเป็นค่าใช้จ่ายจริงที่ต้องจ่ายอยู่ดี
สรุปเลยว่า EBITDA คืออะไร ก็เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียว ต้องดูร่วมกับตัวเลขอื่นๆ เช่น Operating Income, Free Cash Flow และปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วยถึงจะตัดสินใจลงทุนได้ดี บัฟเฟตต์ไม่ชอบมันก็เพราะเหตุนี้แหละ