📢 Gate 廣場 TradFi 交易分享挑戰上線!
晒单瓜分 $30,000 獎池,新人首帖 100% 中獎!
📌 參與方式:
帶 #TradFi交易分享挑战 發帖,滿足以下任一即可:
🔹 帶今日指定 TradFi 幣種標籤發帖交流。
🔹 完成單筆大於 $10U 的 TradFi CFD 交易並掛載交易卡片。
🏷️ 今日指定標籤:USDJPY、AUDUSD、US30、TSLA、JPN225
🎁 寵粉福利:
1️⃣ 卡片分享獎: 抽 50 人,每人送 $100 仓位體驗券!
2️⃣ 發帖榜單獎: 衝排行榜,贏 WCTC 限定 T 恤!
3️⃣ 新粉見面禮: 新人首次發帖,100% 領 $10 體驗券!
詳情:https://www.gate.com/announcements/article/51221
เพิ่งเห็นคนพูดถึงราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเพราะช่องแคบฮอร์มุซปิด แล้วคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจ เพราะมันเป็นตัวอย่างสมบูรณ์ของกฎอุปสงค์คืออะไร และมันทำงานในตลาดจริงอย่างไร
จริงๆ แล้ว ราคาที่เราเห็นในตลาดหุ้น สินค้าโภค หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงแบบสุ่มเสี่ยง มันขับเคลื่อนด้วยแรงพื้นฐานอย่างเดียว นั่นคือความต้องการซื้อกับความต้องการขาย
ลองคิดง่ายๆ สมมติว่ามีคนเยอะแยะต้องการซื้อหุ้นสตาร์ทอัพใหม่ แต่ผู้ขายไม่กี่คน ราคาจะขึ้นไปเรื่อยๆ ในทางตรงกันข้าม ถ้าคนต้องการขายเยอะแต่ไม่มีใครอยากซื้อ ราคาก็ต้องลงมา นั่นคือกฎอุปสงค์อุปทานในความเป็นจริง
สิ่งที่น่าสังเกตคือ มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของราคาที่เปลี่ยนแปลง มีปัจจัยอื่นๆ เยอะมากที่ส่งผลต่ออุปสงค์ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ทำให้คนอยากลงทุนในหุ้นมากขึ้น หรือเศรษฐกิจเติบโตดี ทำให้บริษัทต่างๆ มีแนวโน้มทำกำไรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น ในส่วนของอุปทาน มันขึ้นอยู่กับเรื่องเหล่านี้ เช่น บริษัทจดทะเบียนตัดสินใจเพิ่มทุนหรือซื้อหุ้นคืน หรือมีบริษัทใหม่เข้าตลาดผ่าน IPO
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ราคาที่เกิดขึ้นจริงในตลาดจะเกิดที่จุดดุลยภาพ คือจุดที่เส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานตัดกัน ที่จุดนี้ ราคาและปริมาณมักจะมีแนวโน้มที่จะอยู่นิ่ง เพราะถ้าราคาปรับขึ้นจากจุดนี้ ผู้ขายจะอยากขายเยอะขึ้น ในขณะที่ผู้ซื้อเสียใจที่ราคาแพง ทำให้สินค้าหลุดมือ ราคาก็จะกลับมาลง และในทางกลับกัน ถ้าราคาลงไปต่ำกว่าดุลยภาพ ผู้ซื้อจะอยากซื้อเยอะขึ้น แต่ผู้ขายไม่อยากขาย ส่งผลให้สินค้าขาดแคลน ราคาก็จะกลับขึ้นมา
ในการเทรดหุ้นจริงๆ นักเทรดจึงใช้หลักการนี้เพื่อคาดการณ์ราคา โดยดูจากแท่งเทียน ถ้าแท่งเทียนสีเขียว (ราคาปิดสูงกว่าเปิด) แสดงว่าอุปสงค์แข็งแรง ราคาจะไปขึ้นต่อ แต่ถ้าแท่งเทียนสีแดง (ราคาปิดต่ำกว่าเปิด) แสดงว่าอุปทานมีแรง ราคาจะลงต่อ บางครั้งเรามองแนวรับและแนวต้านเพื่อหาจุดที่มีอุปสงค์หรืออุปทานรอซื้อขายอยู่
ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงคือเทคนิค Demand Supply Zone ที่ใช้ดูการเคลื่อนตัวของราคา ราคาวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว (Rally) แล้วเริ่มพักตัว (Base) เมื่อมีปัจจัยใหม่เข้ามา ราคาก็วิ่งขึ้นต่อ (Rally) อีกครั้ง นี่เรียกว่า RBR (Rally Base Rally) ซึ่งเป็นสัญญาณบวก ในทางกลับกัน ราคาดิ่งลง (Drop) แล้วพักตัว (Base) แล้วดิ่งลง (Drop) อีกครั้ง เรียกว่า DBD (Drop Base Drop) นี่คือสัญญาณลบ
สำหรับนักลงทุนที่ยังใหม่ การเข้าใจกฎอุปสงค์คืออะไร ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยการสังเกตและทดลองจริงกับราคาในตลาด ดูจากแท่งเทียน ดูจากแนวรับต้าน ดูจากการเคลื่อนตัวของเทรนด์ เมื่อเข้าใจแล้ว การทำนายราคาก็ไม่ยากเท่าที่คิด ลองไปดูราคาสินทรัพย์ต่างๆ บน Gate ดูว่าอุปสงค์อุปทานเคลื่อนตัวอย่างไร ยิ่งดูเยอะ ยิ่งเห็นภาพชัด