เพิ่งสังเกตเห็นว่าหลาย ๆ คนยังสับสนกับแนวคิดพื้นฐานที่จริง ๆ แล้วขับเคลื่อนราคาในตลาดทั้งหมด นั่นคือ อุปสงค์และอุปทาน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ทองคำ น้ำมัน หรือแม้แต่ crypto ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับสิ่งเดียวกัน - ใครอยากซื้อและใครอยากขาย



มาพูดถึงสิ่งพื้นฐาน อุปสงค์คือความต้องการซื้อในระดับราคาต่าง ๆ ส่วนอุปทานคือความต้องการขาย ตรงนี้ต้องเข้าใจว่า กฎของอุปทาน หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณสินค้า คือเมื่อราคาสูงขึ้น ผู้ขายจะยินดีขายมากขึ้น แต่เมื่อราคาต่ำลง ผู้ขายจะเสนอขายน้อยลง ตรงกันข้ามกับอุปสงค์ที่ราคาสูงคนจะซื้อน้อย ราคาต่ำคนจะซื้อเพิ่มขึ้น

สิ่งที่น่าสนคือ ราคาจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดเกิดจากจุดที่เส้นอุปสงค์และอุปทานตัดกัน เรียกว่าจุดดุลยภาพ ถ้าราคาสูงกว่าจุดนี้ จะมีสินค้าขาดตลาด ราคาจะถูกกดลง ถ้าราคาต่ำกว่าจุดนี้ จะมีสินค้าเหลือมากมาย ราคาจะถูกดึงขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ เกิดขึ้นในปี 2026 เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสงคราม ทำให้อุปทานน้ำมันหายไปประมาณ 20% ของโลก ในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานไม่เปลี่ยนแปลง ผลก็คือราคาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว นี่คือการขาดดุลยภาพ

ตอนนี้ในตลาดการเงิน เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นเพราะมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่ออุปสงค์ เช่น อัตราดอกเบี้ย ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ข่าวข่าวสาร หรือแม้แต่ความรู้สึกของตลาด ส่วนอุปทานนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัท เช่น การเพิ่มทุน การซื้อหุ้นคืน หรือการ IPO

ผมสังเกตว่านักเทรดที่เก่งนั้นใช้หลักการนี้ในการหาจังหวะซื้อขาย พวกเขามองหาจุดที่ราคาวิ่งอย่างรวดเร็ว (แสดงว่าอุปสงค์หรืออุปทานส่วนเกิน) แล้วพักตัวในกรอบ (ทั้งสองฝ่ายมีแรงเท่า ๆ กัน) เมื่อราคาทะลุกรอบ นั่นคือโอกาส เพราะแสดงว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะแล้ว

มีสองรูปแบบหลัก ที่ผมเห็นบ่อย คือ Demand Supply Zone ที่ใช้ดูแนวโน้มราคา ถ้าราคาทำจุดสูงใหม่เรื่อย ๆ แสดงว่าอุปสงค์แข็งแรง ถ้าทำจุดต่ำใหม่เรื่อย ๆ แสดงว่าอุปทานแข็งแรง เมื่อราคาเคลื่อนไหวในกรอบ แสดงว่ายังไม่มีใครชนะ

สำหรับการวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน ก็คือการมองว่า ราคาหุ้นสะท้อนความต้องการซื้อกิจการนั้น ถ้าข่าวดี อุปสงค์เพิ่มขึ้น ราคาขึ้น ถ้าข่าวร้าย อุปสงค์ลดลง ราคาลง การคาดการณ์ผลประกอบการ การเติบโต สถานการณ์เศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อขายของนักลงทุน

เรื่องที่สำคัญคือเข้าใจว่า ทั้งอุปสงค์และอุปทานไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว มีปัจจัยอื่น ๆ เยอะแยะ เมื่อเศรษฐกิจเติบโตดี บริษัทจะอยากเข้าจดทะเบียนมากขึ้น ซึ่งเพิ่มอุปทาน แต่ความต้องการซื้อก็เพิ่มขึ้นด้วย บางครั้งปัจจัยเหล่านี้ทำงานในทิศทางเดียวกัน บางครั้งตรงกันข้าม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ตลาดนั้นสลับซับซ้อนและน่าสนใจ

ถ้าคุณสามารถอ่านสัญญาณของอุปสงค์และอุปทานได้ คุณก็สามารถคาดการณ์ราคาได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะใช้แท่งเทียน แนวโน้มราคา หรือแนวรับแนวต้าน ทั้งหมดนี้มันสะท้อนการปะทะกันของอุปสงค์และอุปทาน ส่วนตัวผมคิดว่าการเข้าใจหลักการพื้นฐานนี้สำคัญกว่าการใช้เครื่องมือที่ซับซ้อน ถ้าคุณเข้าใจว่าใครซื้อ ใครขาย ที่ไหน ทำไม คุณก็อยู่ก้าวหน้าไปแล้ว
Xem bản gốc
Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
  • Phần thưởng
  • Bình luận
  • Đăng lại
  • Retweed
Bình luận
Thêm một bình luận
Thêm một bình luận
Không có bình luận