เบื่อไหมที่ซื้อหุ้นตามชาวบ้านแล้วดอยไม่รู้สาเหตุ? ผมเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจนตัดสินใจศึกษา ROA ให้ดีเพราะนี่คือเครื่องมือที่บอกว่าผู้บริหารจริงๆ ทำงานเก่งหรือแค่เอาเงินไปดองทิ้งไว้เฉยๆ



ROA (Return on Assets) ง่ายๆ คือการวัดว่าบริษัทใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ไปสร้างกำไรได้ดีแค่ไหน สูตรก็ไม่ยุ่งเหยิง: (กำไรสุทธิ / สินทรัพย์รวม) x 100 ได้เปอร์เซ็นต์ออกมา คิดว่าสินทรัพย์ทุก 100 บาท บริษัทเปลี่ยนเป็นกำไรได้กี่บาท นั่นคือ ROA

มีตัวอย่างชี้ให้เห็นชัดมาก: ร้านกาแฟ A ลงทุนสูงๆ ตึกทำเลทอง เครื่องชงแพง สินทรัพย์ 10 ล้าน แต่ปีนี้กำไรแค่ 500,000 = ROA เพียง 5% ส่วนร้าน B เช่าพื้นเล็กๆ สินทรัพย์ 1 ล้านแต่กำไร 200,000 = ROA 20% ดูตัวเลขกำไรบรรทัดสุดท้ายเพียงอย่างเดียว ร้าน A ดูรวยกว่า แต่ถ้าถามใครบริหารฉลาดกว่า ชัดเจนว่าร้าน B ชนะขาดลอย

ตอนนี้ ROA ควรเป็นเท่าไหร่ถึงดี? โดยทั่วไปต้องสูงกว่า 5% ขึ้นไปถึงผ่านเกณฑ์ ถ้าสูงกว่า 10% ก็ถือว่าบริษัทชั้นยอดแล้ว แต่ต้องดูอุตสาหกรรมด้วย เพราะโรงไฟฟ้าหรือสายการบิน (Asset-Heavy) ที่ทำ ROA 5-7% ก็ถือว่าเก่งแล้ว ส่วนบริษัทซอฟต์แวร์ (Asset-Light) ถ้า ROA ต่ำกว่า 10% มันแปลว่าบริหารห่วยแตก

สิ่งสำคัญคือ ROA ควรเป็นเท่าไหร่ต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน ห้ามเอา ROA ของธนาคารไปเทียบกับบริษัทเทค เด็ดขาด! ผมเคยเห็นคนสับสนระหว่าง ROA กับ ROE มากเพราะ ROE สามารถโกหกได้ด้วยการกู้เงินเยอะๆ แต่ ROA หลอกกันไม่ได้ ถ้าบริษัทกู้เงินมาปั่นตัวเลข ROA ก็ยังจะแสดงความเป็นจริง

เวลาสแกนหุ้น ให้ดู 3 สิ่ง: ประเด็นแรก ROA สูงและติดต่อกัน = ประสิทธิภาพระดับเทพ บริษัทแบบนี้มี "Economic Moat" ที่แข็งแกร่ง ซื้อเก็บไว้นอนหลับฝันดี ประเด็นที่สอง ROA ที่กำลังโตต่อเนื่อง = สัญญาณหุ้นวิ่งรอบใหญ่ สมมติ 5% ขึ้นเป็น 7% แล้ว 9% นี่คือจังหวะตะครุบก่อนตลาดรู้ตัว ประเด็นที่สาม ROA ต่ำเตี้ยหรือลดลงเรื่อยๆ = ถ้ำเข้าไว้ เพราะมันแปลว่าการลงทุนล้มเหลว

ลองมองที่ Apple กับ Tesla สำหรับเทียบเคียง Apple ทำ ROA ได้ 25-30% เพราะออกแบบในอเมริกา ผลิตในเอเชีย ไม่ต้องแบกโรงงาน ส่วน Tesla ทำ 5-15% เพราะต้องสร้างโรงงานขนาดยักษ์ทั่วโลก เมื่อตลาดรถไฟฟ้าตัดราคาจากจีน Tesla ก็ต้องยอมให้กำไรหดลง ROA ก็ลดลงไปด้วย นี่คือธรรมชาติของ Asset-Heavy ที่ต้องเข้าใจ

ข้อจำกัดที่ต้องรู้: ห้ามใช้ ROA ประเมินธนาคารเลย เพราะโครงสร้างงบดุลมันผิดแปลก ค่า ROA ของแบงก์มักติดดิน 1-2% แต่มันไม่ได้แปลว่าห่วย แค่โมเดลธุรกิจมันออกแบบแบบนั้น และระวังเรื่องการแต่งตัวเลขบัญชี นักบัญชีเก่งๆ สามารถทำให้ ROA ดูดีกว่าความเป็นจริงได้ในระยะสั้น

สรุปง่ายๆ ROA ควรเป็นเท่าไหร่ต้องดูอุตสาหกรรม แต่ประเด็นสำคัญคือมองแนวโน้มและเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ถ้าเจอหุ้นที่ ROA สูง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าคู่แข่ง นั่นคือหุ้นที่ควรติดตามจริงๆ ไม่ต้องสุ่มเลือกตามชาวบ้านอีกต่อไป
На этой странице может содержаться сторонний контент, который предоставляется исключительно в информационных целях (не в качестве заявлений/гарантий) и не должен рассматриваться как поддержка взглядов компании Gate или как финансовый или профессиональный совет. Подробности смотрите в разделе «Отказ от ответственности» .
  • Награда
  • комментарий
  • Репост
  • Поделиться
комментарий
Добавить комментарий
Добавить комментарий
Нет комментариев
  • Закреплено