เพิ่งเห็นคนพูดถึงเรื่อง Stagflation คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแต่ราคาแพงขึ้นพร้อม ๆ กัน แล้วเนี่ยเหมือนเป็นเรื่องที่ประเทศไทยอาจจะเจอได้ในอนาคต ลองไปดูว่าจริง ๆ แล้ว stagflation คือ อะไรกันแน่ และเรากำลังอยู่ใกล้ชิดกับมันแค่ไหน



แบ่งมันออกมาดูก่อนจะเข้าใจง่าย Stagflation มาจากสองคำ คือ Stagnation (เศรษฐกิจชะลอตัว) กับ Inflation (ราคาแพงขึ้น) นั่นคือ เมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายตัว คนว่างงานเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้ากลับปรับสูง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติและยากต่อการแก้ไข

ในยุค 1970s สหรัฐอเมริกาเคยเจอเรื่องนี้จริง ๆ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เงินเฟ้อทะลุ 10% ในขณะที่อัตราว่างงานก็ใกล้ 10% เหมือนกัน ต้องใช้ 3 คน เปลี่ยนตัวผู้บริหารธนาคารกลาง จนสุดท้าย Paul Volcker เข้ามาและตัดสินใจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยถึง 18% เพื่อกดราคา ผลก็คือเศรษฐกิจตกต่ำสาหัส และถึงกับถดถอยสองครั้งในหนึ่งปี แม้แต่ละตินอเมริกาก็ได้รับผลกระทบจนเกือบล้มละลาย

มาดูกรณีไทยบ้าง ปัจจุบันเรามี 3 สัญญาณที่ต้องติดตาม ประการแรก GDP ของไทยคาดว่าจะขยายตัว 3.0 ถึง 3.7% ในปี 2566 ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20 ถึง 25 ล้านคน และการบริโภคในประเทศก็ดีขึ้น ประการที่สอง อัตราว่างงานของไทยมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบันอยู่ที่ 1.23% ซึ่งไม่ได้สูงถึงขั้นวิกฤต ประการที่สาม เงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2566 อยู่ที่ 3.79% YoY ซึ่งสูง แต่มีแนวโน้มชะลอตัวลง

เมื่อรวมทั้งสามปัจจัยเข้าด้วยกัน stagflation คือ ภาวะที่ยังห่างไกลจากประเทศไทยในตอนนี้ เพราะเศรษฐกิจยังมีแรงหนุนจากการบริโภคและการท่องเที่ยว แม้ว่าเงินเฟ้อสูง แต่ก็มีสัญญาณว่าจะลดลงในช่วงกลางปี

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราปลอดภัยสมบูรณ์นะ ความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิด Stagflation คือ ประเด็นต้นทุนสูงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และหนี้ครัวเรือนที่สูง หากอัตราดอกเบี้ยต้องปรับขึ้นต่อไป อาจทำให้ผู้บริโภคหดตัวได้

ถ้าจะพูดถึงกลยุทธ์การลงทุนในสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนควรมองหาสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ เช่น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ และหุ้นวัฏจักร ทองคำโดยเฉพาะเป็นที่ยอมรับว่าเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี เพราะราคาของมันมีทิศทางเดียวกับอัตราเงินเฟ้อ

สรุปก็คือ ถึงแม้ว่า stagflation คือ ภาวะที่ยังไม่ใกล้ตัวประเทศไทยในตอนนี้ แต่ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยต้องแก้ปัญหาต้นทุนและเงินเฟ้อให้ได้ หรือเศรษฐกิจอาจเจอปัญหาในระยะยาว เราในฐานะนักลงทุนก็ควรเตรียมพอร์ตการลงทุนให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ตอนนี้
На этой странице может содержаться сторонний контент, который предоставляется исключительно в информационных целях (не в качестве заявлений/гарантий) и не должен рассматриваться как поддержка взглядов компании Gate или как финансовый или профессиональный совет. Подробности смотрите в разделе «Отказ от ответственности» .
  • Награда
  • комментарий
  • Репост
  • Поделиться
комментарий
Добавить комментарий
Добавить комментарий
Нет комментариев
  • Закреплено