เอ่อ มีอะไรที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกหุ้นนะ คนส่วนใหญ่พูดถึง EPS บ่อยมากแต่จริงๆแล้วหลายคนไม่ค่อยเข้าใจว่ามันใช้ได้จริงแค่ไหน ผมเห็นคนถามกันเรื่อย EPS สูงดีไหม หรือ EPS Growth ที่เพิ่มขึ้นมันสำคัญไหม ลองมาคุยกันดูว่าเจ้า EPS นี่มันคืออะไรกันแน่และใช้มันยังไงให้เป็นประโยชน์จริงๆในการเลือกหุ้น



EPS ย่อมาจาก Earnings Per Share หรือกำไรต่อหุ้น ง่ายๆคือการเอากำไรสุทธิของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกขายไปแล้ว ทำไมต้องดูตัวนี้ เพราะมันบอกว่าแต่ละหุ้นนั้นสร้างกำไรได้เท่าไหร่ ถ้าบริษัทสองแห่งมีกำไรเท่ากัน แต่หนึ่งมีหุ้นออกขายน้อยกว่า ก็ EPS ของมันจะสูงกว่า ซึ่งนั่นคือจุดที่นักลงทุนควรสนใจ

สูตรมันง่ายแค่นี้ EPS เท่ากับกำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว ยกตัวอย่างเช่น บริษัท AA มีกำไร 1 ล้านบาท แต่มีหุ้นออกขายแค่ 1000 หุ้น ก็ EPS เป็น 1000 บาทต่อหุ้น ส่วนบริษัท BB มีกำไรเท่ากัน 1 ล้านบาท แต่มีหุ้น 2000 หุ้น ก็ EPS มันแค่ 500 บาทต่อหุ้น ดูแล้วบริษัท AA ดีกว่าใช่ไหม

นอกจากดูค่า EPS ตัวเดียว ผมมักจะดู EPS Growth ด้วย นั่นคือการเติบโตของกำไรต่อหุ้นจากปีต่อปี ถ้า EPS Growth มันติดลบหรือเพิ่มขึ้นช้าๆ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทไม่ได้เติบโตดีเท่าที่ควร สูตรคำนวณ EPS Growth ก็คือ (EPS ปีนี้ลบ EPS ปีที่แล้ว) หารด้วย EPS ปีที่แล้ว แล้วคูณ 100 เพื่อได้เป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น ถ้า EPS เพิ่มจาก 8 บาทเป็น 12 บาท ก็ EPS Growth คือ 50% ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่ดีมากเลย

แล้วนักลงทุนนี่ใช้ EPS ทำอะไร ขั้นแรกเลย ต้องเปรียบเทียบ EPS ของบริษัทที่สนใจกับบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน หรือดูแนวโน้มของ EPS ของบริษัทเดียวกันไปหลายปีย้อนหลัง ว่ามันเพิ่มขึ้นหรือลดลง นี่ช่วยให้เราเห็นว่าบริษัทนั้นเติบโตจริงหรือเปล่า

สองคือ ต้องดู PE Ratio ด้วย นั่นคือราคาหุ้นปัจจุบันหารด้วย EPS PE Ratio ต่ำๆอาจหมายความว่าหุ้นนั้นถูกเกินไป ถ้าราคาหุ้น 100 บาท และ EPS 10 บาท ก็ PE Ratio เป็น 10 ซึ่งหมายว่าต้องใช้เวลา 10 ปีถึงจะคืนทุน ตัวเลขนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดก็อาจเป็นโอกาสดี

มีอีกตัวชี้วัดที่คนใช้บ่อย เช่น Dividend Payout Ratio ที่บอกว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของกำไร หรือ Basic EPS, Diluted EPS กับ Adjusted EPS ที่มีความแตกต่างกันในวิธีการคำนวณ

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเชื่อ EPS ตัวเดียว บริษัทสามารถเพิ่ม EPS ได้โดยซื้อกลับหุ้นของตัวเอง ทำให้จำนวนหุ้นลดลง แม้ว่ากำไรจริงๆไม่ได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องดูกำไรสุทธิจริงๆด้วย และต้องเปรียบเทียบกับ EPS Growth ว่ากำไรต่อหุ้นมันเพิ่มจริงหรือเปล่า

อีกอย่างหนึ่ง EPS บอกแค่ข้อมูลในอดีต ไม่ได้บอกว่าบริษัทจะทำกำไรได้ดีไหมในอนาคต ต้องดูสภาพแวดล้อมธุรกิจ ความเสี่ยง และแนวโน้มตลาดด้วย

ผมว่า EPS เป็นเครื่องมือที่ดีในการคัดกรอง แต่ต้องใช้มันร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆเท่านั้น ดูกำไรสุทธิ ดู EPS Growth ว่ามันเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอไหม ดู PE Ratio ว่าราคาหุ้นสมเหตุสมผลไหม แล้วเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรม ทำแบบนี้ค่อยจะมีโอกาสเลือกหุ้นที่ดีได้มากขึ้น
BB-4,95%
На этой странице может содержаться сторонний контент, который предоставляется исключительно в информационных целях (не в качестве заявлений/гарантий) и не должен рассматриваться как поддержка взглядов компании Gate или как финансовый или профессиональный совет. Подробности смотрите в разделе «Отказ от ответственности» .
  • Награда
  • комментарий
  • Репост
  • Поделиться
комментарий
Добавить комментарий
Добавить комментарий
Нет комментариев
  • Закреплено