Futuros
Aceda a centenas de contratos perpétuos
CFD
Ouro
Plataforma de ativos tradicionais globais
Opções
Hot
Negoceie Opções Vanilla ao estilo europeu
Conta Unificada
Maximize a eficiência do seu capital
Negociação de demonstração
Introdução à negociação de futuros
Prepare-se para a sua negociação de futuros
Eventos de futuros
Participe em eventos para recompensas
Negociação de demonstração
Utilize fundos virtuais para experimentar uma negociação sem riscos
Lançamento
CandyDrop
Recolher doces para ganhar airdrops
Launchpool
Faça staking rapidamente, ganhe potenciais novos tokens
HODLer Airdrop
Detenha GT e obtenha airdrops maciços de graça
Pre-IPOs
Desbloquear acesso completo a IPO de ações globais
Pontos Alpha
Negoceie ativos on-chain para airdrops
Pontos de futuros
Ganhe pontos de futuros e receba recompensas de airdrop
Investimento
Simple Earn
Ganhe juros com tokens inativos
Investimento automático
Invista automaticamente de forma regular.
Investimento Duplo
Aproveite a volatilidade do mercado
Soft Staking
Ganhe recompensas com staking flexível
Empréstimo de criptomoedas
0 Fees
Dê em garantia uma criptomoeda para pedir outra emprestada
Centro de empréstimos
Centro de empréstimos integrado
Promoções
Centro de atividades
Participe de atividades para recompensas
Referência
20 USDT
Convide amigos para recompensas de ref.
Programa de afiliados
Ganhe recomp. de comissão exclusivas
Gate Booster
Aumente a influência e ganhe airdrops
Announcements
Atualizações na plataforma em tempo real
Blog da Gate
Artigos da indústria cripto
Serviços VIP
Enormes descontos nas taxas
Gestão de ativos
Solução integral para a gestão de ativos
Institucional
Soluções de ativos digitais para empresas
Desenvolvedores (API)
Conecta-se ao ecossistema de aplicações Gate
Transferência Bancária OTC
Deposite e levante moeda fiduciária
Programa de corretora
Mecanismo generoso de reembolso de API
AI
Gate AI
O seu parceiro de IA conversacional tudo-em-um
Gate AI Bot
Utilize o Gate AI diretamente na sua aplicação social
GateClaw
Gate Lagosta Azul, pronto a usar
Gate for AI Agent
Infraestrutura de IA, Gate MCP, Skills e CLI
Gate Skills Hub
Mais de 10 mil competências
Do escritório à negociação, uma biblioteca de competências tudo-em-um torna a IA ainda mais útil
GateRouter
Escolha inteligentemente entre mais de 40 modelos de IA, com 0% de taxas adicionais
Metaverse นี้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปลายปี 2021 มาตลอด แต่จริงๆ แล้วหลายคนยังคงสับสนว่ามันคืออะไรกันแน่ และจะเปลี่ยนโลกของเราได้จริงหรือไม่ ในบทความนี้เราจะไปสำรวจความลึกลับของ metaverse พร้อมดูว่าทำไมมันถึงน่าสนใจสำหรับนักลงทุน
จำได้ไหมว่าตอนนั้น Sand coin และ Mana Coin พุ่งขึ้นอย่างฮือฮา ทำให้นักลงทุนหลายคนรวยขึ้นมาก่อน ตรงกับช่วงที่ Mark Zuckerberg เปลี่ยนชื่อบริษัท Facebook เป็น Meta และเริ่มปั่นเรื่อง metaverse อย่างหนัก ทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจแนวคิดนี้มากขึ้น
**เมตาเวิร์สจริงๆ คืออะไร**
ถ้าจะอธิบายง่ายๆ metaverse ก็คือโลกออนไลน์ 3 มิติที่มีชีวิตจริง คุณสร้างตัวละครหรืออวาตาร์ของตัวเอง แล้วเข้าไปทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม เล่นเกม หรือแม้แต่ซื้อขายที่ดินดิจิทัล ผลงานศิลปะ และของเก่า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เสมือนจริงที่ดูเหมือนจริงมาก
คนทั่วไปอาจคิดว่า metaverse มีอยู่แค่ในตลาดคริปโท แต่ความจริงคือ นักลงทุนสามารถเข้าถึง metaverse ผ่านหุ้น กองทุนรวม และสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ ได้อย่างเสรี ไม่จำกัดแค่เหรียญดิจิทัลเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม metaverse ยังคงเป็นแนวคิดในอุดมคติที่นักพัฒนากำลังพยายามทำให้เป็นจริง ยังไม่มีนิยามเดียวที่ชัดเจน แต่ส่วนใหญ่มองว่า metaverse คือเวอร์ชัน 3 มิติของอินเทอร์เน็ตในอนาคต ที่ข้อมูล ธุรกิจ และการสื่อสารไหลวนอย่างต่อเนื่อง เหมือนการจำลองโลกกายภาพให้ไปอยู่ในพื้นที่ดิจิทัลคู่ขนาน
**ทำไม metaverse ถึงสำคัญ**
มองในภาพรวม การที่เราเข้าสู่ยุค metaverse มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าชีวิตออนไลน์ของเราจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี ทุกอย่างง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อ การทำงาน การเรียน การประชุม หรือแม้แต่ธุรกิจ
จำเรื่องโควิด-19 ไหม เวลานั้นเราไม่สามารถออกมาพบปะกันได้ นักเรียนไม่สามารถเรียนหนังสือ พนักงานไม่สามารถเดินทางไปออฟฟิศ พ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถค้าขาย ถ้า metaverse ถูกนำมาใช้ในช่วงนั้น สถานการณ์ก็คงจะดีขึ้นมาก ชีวิตที่ยากลำบากกลายเป็นเรื่องง่าย นั่นแหละคือความสำคัญของ metaverse
**ประวัติของ metaverse**
คำว่า metaverse มาจากการรวมกันของสองคำ คือ "Meta" (ความหมายว่า "เหนือ") และ "Verse" (จักรวาล) จึงแปลว่า "จักรวาลนฤมิต" ครั้งแรกที่ปรากฎขึ้นคือปี 1992 จากนิยายชื่อดังของชาวอเมริกา Neal Stephenson ในเรื่อง "Snow Crash" ซึ่งเล่าเกี่ยวกับยุคอนาคตที่มนุษย์และคอมพิวเตอร์สื่อสารกันผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ในโลกเสมือนจริง
นิยายนี้ส่งผลให้ผู้คนเกิดความสนใจในแนวคิด metaverse เป็นอย่างมาก เกือบจะเป็นแผนที่นำทางสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต
**metaverse ทำงานอย่างไร**
การทำงานของ metaverse ต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายชั้นรวมกัน:
ประการแรก ระบบการสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ต 5G ไปจนถึง 6G ที่มีความเร็วสูง ใช้พลังงานน้อย และมีเสถียรภาพในการส่งข้อมูล รูปภาพ และเสียง นี่คือหัวใจของการผลักดัน metaverse ให้เข้าสู่ความเป็นจริง
ประการที่สอง เทคโนโลยีการจัดการข้อมูลและเซสชัน ที่ทำให้ข้อมูลต่างๆ มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน สิ่งนี้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกเสมือนและโลกแห่งความเป็นจริง
ประการที่สาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถประมวลผลข้อมูลและจำลองพฤติกรรมมนุษย์ได้ เหมือนจริง 100 เปอร์เซนต์
ประการที่สี่ เทคโนโลยี Blockchain ที่ใช้เชื่อมต่อโลกเสมือนกับโลกแห่งความเป็นจริง ผ่านเทคโนโลยีเช่น Distributed Storage และ Distributed Computing
สุดท้าย AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ที่ใช้แสดงผลบน metaverse AR ให้คุณเห็นวัตถุ 3 มิติผ่านแว่นหรือสมาร์ทโฟน ส่วน VR ก็ทำให้คุณจมดิ่งลงไปในโลกเสมือนจริงอย่างสมบูรณ์
**คุณสมบัติของ metaverse**
metaverse ไม่ได้เพียงแค่เป็นแพลตฟอร์มสื่อสารเท่านั้น มันเป็นระบบที่รวมเทคโนโลยีหลายแขนงเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ง่ายขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีระบบเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และกฎหมายของตัวเอง
คุณสมบัติแรกคือ "โลกสังคมเสมือนจริง" ซึ่งรวมโซเชียลมีเดียกับโลกเสมือนจริง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแบบ 3 มิติที่มีปฏิสัมพันธ์ สิ่งนี้ต้องมีลักษณะเฉพาะ 4 ประการ:
หนึ่ง ความสมจริง - ผู้ใช้ต้องรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกสังคมจริงๆ
สอง ความนิยม - ต้องมีผู้ใช้จำนวนมากเข้าถึง metaverse ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ
สาม ความสามารถในการทำงานร่วมกัน - ผู้คนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างไม่มีสะดุด
สี่ ความสามารถในการปรับขนาด - ระบบต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมากโดยไม่สูญเสียเสถียรภาพ
คุณสมบัติที่สอง คือ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย metaverse ได้พัฒนาเทคโนโลยี "Social Clone" และ Privacy Framework เพื่อป้องกันปัญหาการถูกคุกคาม
**วิธีการเข้าถึง metaverse**
จริงๆ แล้วเรากำลังเข้าสู่ metaverse อยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่รู้ตัว ตัวแปรสำคัญคือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่มีอุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยให้เราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
วิธีแรก ใช้แว่น Oculus VR ที่ให้มองเห็นภาพ 360 องศา ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง ข้อเสีย คือราคาแพง
วิธีที่สอง ใช้แว่น Ray-Ban ที่ใช้เทคโนโลยี AR ซึ่งช่วยให้ฟังเพลง รับสายโทรศัพท์แบบวิดีโอคอล ถ่ายรูปและคลิปวิดีโอสั้น แชร์ไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ นอกจากนี้ยังแสดงผลแผนที่ สภาพอากาศ ข่าวสาร และโซเชียลมีเดีย
วิธีที่สาม ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
**NFT และคริปโทเคอร์เรนซี่ ทำให้ metaverse เป็นได้อย่างไร**
เมื่อ metaverse กลับมาได้รับความสนใจในปลายปี 2021 คริปโทเคอร์เรนซี่ก็บูมไปพร้อมๆ กัน เทคโนโลยี Blockchain เป็นแรงขับเคลื่อนของ metaverse ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูล แพลตฟอร์มเกม หรือการซื้อขาย NFT
ผู้คนเข้ามาซื้อขายวัตถุ สินทรัพย์ดิจิทัล และสังหาริมทรัพย์ในโลกเสมือนจริงอย่างมากมาย ทำให้ metaverse ต้องมีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เหมือนเงินตราในชีวิตจริง นั่นคือ "สกุลเงินดิจิทัล" หรือ "Metaverse Crypto"
ตัวอย่างเช่น Sand Coin ซึ่งเป็นโทเค็นของแพลตฟอร์ม The Sandbox ใช้เป็นสื่อกลางให้ผู้ใช้ซื้อขายสินทรัพย์ ไอเท็ม ตัวละคร และได้รับรางวัล นักลงทุนยังสามารถถือครองเหรียญและทำ Staking ได้ด้วย
ถ้า metaverse ยังคงพัฒนาและเพิ่มความนิยมขึ้น ราคาเหรียญ metaverse ก็อาจจะเพิ่มมูลค่าตามไปด้วย
**การประยุกต์ใช้ metaverse ในชีวิตจริง**
โลกของเราขับเคลื่อนด้วยอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีถูกนำมาใช้ให้ชีวิตง่ายขึ้น metaverse สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายด้าน:
**ด้านการศึกษา** การนำ metaverse มาใช้ในการศึกษาคุ้มค่ามาก เช่น การศึกษาระบบสุริยะจักรวาล ผ่านการฉายภาพ 3 มิติ การสร้างท้องฟ้าจำลอง ให้นักเรียนได้ศึกษา หรือใช้ metaverse เป็นสถานที่เรียนออนไลน์ เหมือนในช่วงโควิด-19
**ด้านอุตสาหกรรม** เมื่อออกแบบเครื่องจักรในโรงงาน ต้องทำการจำลองแบบเสมือนจริงก่อน เพื่อทดสอบและวัดผลคุณภาพ metaverse ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมทำงานได้ดีขึ้น แก้ปัญหาได้ตรงจุด
**ด้านการแพทย์** metaverse ถูกนำมาใช้ในการแพทย์ทางไกล ผ่านการแพทย์เสมือนจริง ซึ่งช่วยให้ดูแลและติดตามผู้ป่วยจากระยะไกล ใช้ข้อมูลเพื่อการรักษา ทำให้ประสิทธิภาพการแพทย์เพิ่มขึ้นและข้อมูลน่าเชื่อถือขึ้น
**โอกาสและความท้าทายของ metaverse**
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลายแพลตฟอร์มชื่อดังเริ่มพัฒนา metaverse ของตนให้สมจริงขึ้น เพื่อดึงดูดผู้ใช้ metaverse ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อีกด้วย
แม้ว่า metaverse ยังไม่พัฒนาสมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ แต่ถ้าประสบความสำเร็จ โลกเศรษฐกิจของเราก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดี
ความท้าทายหลักคือเงินทุนและงบประมาณสำหรับการพัฒนา metaverse ยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีแปลกใหม่และห่างไกลจากชีวิตประจำวันของคนธรรมดา บริษัท IT หลายแห่งก็ยังเข้าถึงได้ยาก
**ความแตกต่างระหว่าง metaverse กับอินเทอร์เน็ต**
อินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนผู้สร้าง ส่วน metaverse คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยอินเทอร์เน็ต ความแตกต่างคือ:
กับอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้จะค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์และโปรแกรมต่างๆ
กับ metaverse ผู้ใช้จะเข้าไปในโลกเสมือนจริง เพื่อแสดงตัวตนและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
**อนาคตของ metaverse**
อนาคตของ metaverse ขึ้นอยู่กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันนี้เรากำลังเข้าสู่ยุค metaverse เบื้องต้น แพลตฟอร์มต่างๆ อาจยังไม่มีเสถียรภาพหรือความสมจริงเพียงพอ เพราะอินเทอร์เน็ตยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ในอนาคต อินเทอร์เน็ตจะพัฒนาจาก 5G ไปยัง 6G และเข้าสู่ Web3 การพัฒนานี้จะทำให้มนุษย์เข้าใกล้ความเสมือนจริงมากขึ้น ทุกอย่างจะเป็น Real Time มากขึ้น
ในอนาคตไม่ไกล ผู้คนทุกระดับชั้นจะสามารถเข้าถึง metaverse ได้ง่ายกว่าปัจจุบัน metaverse ไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เพราะเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว บวกกับผู้คนเริ่มหันมาใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน บุคลากรวัยทำงาน หรือนักธุรกิจ
**วิธีลงทุนใน metaverse**
นักลงทุนสามารถเข้าถึง metaverse ได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีระดับความเสี่ยงต่างกัน:
**หุ้นที่เกี่ยวข้อง** เช่น ผู้ผลิตแว่น VR (Meta, HP) บริษัทการ์ดวิดีโอ (Nvidia, AMD) บริษัทซอฟต์แวร์ (Unity, Meta) บริษัทคลาวด์คอมพิวติ้ง (Amazon, Microsoft) และแพลตฟอร์มเกม (Roblox) ตัวเลือกเหล่านี้ปลอดภัยกว่า เพราะมีธุรกิจกว้างกว่า ไม่จำกัดแค่ metaverse
**NFT และที่ดินดิจิทัล** นักลงทุนสามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบน Blockchain ได้อย่างเสรี โดยมีสัญญาอัจฉริยะที่รับรองความเป็นเจ้าของ ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายได้โดยไม่ผ่านคนกลาง
**สกุลเงินดิจิทัล** เหรียญ metaverse เช่น Ape, MANA, SOL, AXS และ Sand มีศักยภาพที่จะเพิ่มมูลค่าได้ เมื่อ metaverse ยังคงพัฒนาและได้รับการยอมรับ
สรุปแล้ว metaverse แสดงถึงวิสัยทัศน์ของการเปลี่ยนแปลงที่รวมความเป็นจริงเสมือนจริงกับโลกกายภาพ เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเรา