ตลาดหุ้นตกลงมาแบบนี้ หลายคนคงกำลังมองหุ้นตัวที่ถูกๆ แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าราคาตอนนี้ถูกจริงหรือเปล่า ควรเข้าตอนนี้ไหม ถ้าเข้าจะได้กำไรไหม และจะต้องรอกี่ปีกว่าจะคุ้มทุน



คำถามแบบนี้มีคำตอบเหรอ มี แต่ต้องใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง นักลงทุนส่วนใหญ่ที่คิดถึงมูลค่าแท้ของหุ้นจะพูดถึง PE ratio เกือบทุกครั้ง เพราะมันคือตัวชี้วัดที่ช่วยวัดว่าหุ้นราคาถูกหรือแพง

แล้ว p/e ratio คือ อะไรกันแน่ ง่ายๆ นะ PE ratio หรือ Price per Earning ratio คือการเอาราคาหุ้นหารด้วยผลกำไรต่อหุ้น มันบอกให้คุณรู้ว่าถ้าซื้อหุ้นด้วยราคานี้ คุณต้องรอกี่ปีจึงจะคืนทุน โดยสมมติว่าบริษัททำกำไรเท่าเดิมทุกปี

การคำนวนง่ายมาก PE = ราคาหุ้น หารด้วย EPS (ผลกำไรต่อหุ้น) ตัวแรกคือราคาที่คุณจ่ายไป ยิ่งซื้อราคาถูก PE ก็จะออกมาต่ำ คืนทุนเร็วขึ้น ตัวที่สองคือ EPS นั่นคือผลกำไรสุทธิที่บริษัททำได้ในปีนั้นเฉลี่ยต่อหุ้น ถ้าบริษัทมี EPS สูง แม้ราคาหุ้นจะสูงก็ยังอาจให้ PE ต่ำ เพราะตัวหารมีค่า

ยกตัวอย่าง ซื้อหุ้นด้วยราคา 5 บาท EPS เท่ากับ 0.5 บาท PE ก็เท่ากับ 10 นั่นหมายว่า ทุกปีบริษัทให้ผลตอบแทน 0.5 บาท ครบ 10 ปี ก็จะได้เงินกลับมา 5 บาท เท่ากับคืนทุน ตั้งแต่ปีที่ 11 เป็นต้นไป ก็เป็นกำไรแท้ๆ ยิ่ง PE ต่ำ ยิ่งคืนทุนเร็ว ยิ่งได้กำไรเร็ว

แต่ว่า p/e ratio คือ เครื่องมือที่มีสองแบบ คือ Forward PE กับ Trailing PE Forward PE ใช้ราคาปัจจุบันหารด้วยกำไรที่คาดการณ์ในอนาคต เหมือนถามว่า ถ้าบริษัทโตขึ้นตามที่คาดการณ์ ราคาตอนนี้จะถูกไหม แต่ปัญหาคือ บริษัทบางที่อาจประเมินกำไรต่ำเพื่อให้เกิน PE ที่ประกาศไว้ หรือนักวิเคราะห์คาดการณ์ผิด

ส่วน Trailing PE ใช้ข้อมูลจริงจากปีที่ผ่านมา ราคาปัจจุบันหารด้วย EPS 12 เดือนที่แล้ว วิธีนี้ได้รับความนิยมมากกว่าเพราะใช้ข้อมูลจริง คำนวนได้เร็ว นักลงทุนหลายคนชอบแบบนี้เพราะไม่ต้องเชื่อการคาดการณ์ของใครอื่น แต่ข้อเสียคือ ประสิทธิภาพในอดีตไม่ได้บอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง

พูดถึงข้อจำกัดของ PE ratio นี่แหละคือจุดที่นักลงทุนต้องระวัง EPS ของหุ้นไม่ได้คงที่ มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สมมติว่า ซื้อหุ้นมาที่ 5 บาท EPS 0.5 บาท PE 10 เท่า คาดว่ารอ 10 ปี แต่ระหว่างนั้น บริษัทขยายตลาด ขยายการผลิต ทำให้ EPS พุ่งขึ้นเป็น 1 บาท PE ก็ลดลงเหลือ 5 เท่า คืนทุนเหลือ 5 ปีแทน ตรงกันข้าม ถ้ามีเหตุการณ์ลบ บริษัทถูกกีดกัน ถูกเรียกค่าเสียหาย EPS ลดลงเป็น 0.25 บาท PE พุ่งขึ้นเป็น 20 เท่า คืนทุนต้องรอ 20 ปี

ดังนั้น PE ratio คือ เครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ตัวตัดสินใจเพียงอย่างเดียว มันช่วยเปรียบเทียบความถูกแพงของหุ้นแต่ละตัวด้วยมาตรฐานเดียวกัน หลังจากเลือกหุ้นด้วย PE แล้ว ควรศึกษาปัจจัยอื่นๆ ด้วย ดูแนวโน้มกำไร ดูสภาพบริษัท ดูตลาดที่บริษัทเล่น ถ้าทำแบบนี้ จะช่วยลดความผิดพลาดในการลงทุนได้มาก

การลงทุนหุ้นไม่ได้ต้องใช้เครื่องมือเดียว ตลาดมีความผันผวน บางครั้งใช้เทคนิค บางครั้งใช้ fundamental เมื่อตลาดตกลงมาแบบนี้ คนที่เข้าใจ PE ratio และรู้วิธีใช้มันจะสามารถจับจังหวะเข้าซื้อหุ้นดีๆ ได้อย่างแม่นยำ เก็บหุ้นถูกเข้าพอร์ต และรอให้บริษัทโตขึ้นไปด้วย
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário