เมื่อวานนี้ไปซื้อของที่ตลาดแล้วตกใจกับราคา ข้าวแพงขึ้น เนื้อแพงขึ้น ผักแพงขึ้นเกือบทั้งหมด นี่แหละ สิ่งที่เรียกว่า เงินเฟ้อคืออะไร ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่คนเรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้



จริงๆ แล้ว เงินเฟ้อคืออะไร ก็คือภาวะเศรษฐกิจที่ราคาสินค้าและบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือเงินของเราหดค่าลงไปเรื่อยๆ ทำให้ต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อของชิ้นเดิม ลองคิดดู เมื่อก่อน 50 บาท ซื้อข้าวได้หลายจาน แต่ตอนนี้ 50 บาท ซื้อได้แค่จานเดียว นี่ก็คือพลังของ เงินเฟ้อคืออะไร นั่นเอง

ทำไมเงินเฟ้อถึงเกิดขึ้น มีหลายสาเหตุ แต่หลักๆ ก็คือ ความต้องการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นแต่ผลิตไม่ทัน ต้นทุนการผลิตแพงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ เหล็ก ทองแดง ที่พุ่งสูงขึ้นในตลาดโลก และปัญหาจำกัดการจัดส่ง เช่น ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น บริษัทต้องขึ้นราคาสินค้า เราก็ต้องจ่ายมากขึ้น

แล้ว เงินเฟ้อคืออะไร ส่งผลกระทบต่อใครบ้าง ที่ได้ประโยชน์คือผู้ประกอบการและพ่อค้า เพราะพวกเขาสามารถขึ้นราคาสินค้าได้ แต่คนที่เสียเปรียบคือพนักงานกินเงินเดือน เพราะเงินเดือนเพิ่มขึ้นไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ

เมื่อเงินเฟ้อมากเกินไปจนเรียกว่า Hyper Inflation หรือ เงินฝืด ก็จะเกิดสถานการณ์ตรงกันข้าม ราคาสินค้าลดลง ผู้บริโภคไม่ต้องการซื้อ ผู้ผลิตลดการผลิต ลดจำนวนพนักงาน เศรษฐกิจซบเซา นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

มาดูสถานการณ์ปัจจุบันกัน ตามข้อมูลจาก IMF ในเดือนมกราคม 2567 เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3.1 ในปี 2567 และร้อยละ 3.2 ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ครั้งก่อน เพราะสหรัฐอเมริกาและตลาดเกิดใหม่บางแห่งยังมีความยืดหยุ่น แต่การเติบโตยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเพราะนโยบายการเงินที่ตึงตัว

สำหรับไทย ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนมกราคม 2567 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงเหลือร้อยละ 1.11 ซึ่งเป็นต่ำสุดในรอบ 35 เดือน เนื่องจากราคาพลังงานลดลงจากมาตรการของภาครัฐ และราคาสินค้าอาหารสดลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น

ถ้าดูย้อนหลัง ในปี 2517 เงินเฟ้อไทยทะลุไป 24.3 เปอร์เซ็นต์ เพราะสงครามอิสราเอล ปี 2541 หลังวิกฤติเศรษฐกิจ ขึ้นไป 7.89 เปอร์เซ็นต์ และล่าสุดปี 2565 ขึ้นไป 7.10 เปอร์เซ็นต์ เพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือบริษัท ปตท. ในครึ่งปีแรกของปี 2565 มีรายได้ 1.68 ล้านล้านบาทและกำไรสุทธิ 64,419 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12.7% เพราะราคาน้ำมันพุ่งสูง นี่คือตัวอย่างว่าบางบริษัทสามารถทำกำไรมหาศาลจากเงินเฟ้อได้

แล้วเราควรทำอะไร ถ้าเงินเฟ้อมากเกินไป ภาระค่าครองชีพสูงขึ้น อำนาจซื้อลดลง ยอดขายธุรกิจลดลง ต้นทุนสูงขึ้น บริษัทต้องชะลอผลิต ลดการลงทุน ลดจำนวนพนักงาน คนตกงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจชะลอตัว นี่คือวัฏจักรที่เศรษฐศาสตร์เรียกว่า Stagflation

ตอนนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ Stagflation แต่ต้องติดตามอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาอุปทาน

ถ้าเงินเฟ้อมา นักลงทุนควรวางแผนการลงทุน ไม่ฝากเงินไว้กับธนาคารเพราะดอกเบี้ยต่ำ ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ตราสารหนี้ประเภท Floating Rate Bond หรือ Inflation Linked Bond

หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ ได้แก่ หุ้นธนาคาร เพราะดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น หุ้นประกัน เพราะได้ผลตอบแทนสูงขึ้นจากการลงทุนพันธบัตร และหุ้นอาหาร เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่คนต้องกิน

ทองคำก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับเงินเฟ้อ ยิ่งเงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาทองคำก็ยิ่งสูงขึ้น นักลงทุนสามารถเทรด CFD ทองคำเพื่อเก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

สรุปแล้ว เงินเฟ้อคืออะไร ก็คือภาวะที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นและค่าเงินลดลง ในระดับที่พอเหมาะจะดีต่อเศรษฐกิจ แต่ถ้าสูงเกินไปจะเป็นอันตราย นักลงทุนต้องติดตามข่าวสาร และวางแผนการลงทุนให้เหมาะสม เพื่อให้เงินของเรากำไรจากสถานการณ์นี้แทนที่จะเสีย
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário
  • Fixado