มีอะไรที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างผู้ถือหุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิ ดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวลงแล้ว และตอนนี้หลายคนเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ หุ้นบุริมสิทธิจึงกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง แต่ก่อนจะเอาเงินไปลงทุน ต้องรู้ก่อนว่าของสองชนิดนี้ต่างกันยังไง



เรามาเริ่มจากพื้นฐาน หุ้นสามัญคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เมื่อคุณถือหุ้นสามัญ คุณก็เป็นเจ้าของบริษัติ ร่วมหัวจมท้ายไปกับทั้งหมด เสี่ยงสูง แต่โอกาสทำกำไรก็ไม่จำกัด ราคาหุ้นสามารถพุ่งขึ้นได้หลายเท่า ถ้าธุรกิจเติบโตดี ส่วนเงินปันผลมันผันแปร ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทมีกำไรเท่าไร

แต่ปัญหาคือเมื่อบริษัทตกต่ำ ผู้ถือหุ้นสามัญอยู่ท้ายลำดับ ถ้าเกิดล้มละลาย เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินก่อน เงินที่เหลือ (ถ้ามี) ถึงจะตกถึงคุณ บางทีลงทุนไปแล้วก็ได้ศูนย์ เพื่อแลกกับความเสี่ยง คุณได้สิทธิโหวตในที่ประชุมผู้ถือหุ้น 1 หุ้นเท่ากับ 1 เสียง คุณมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัท

หุ้นบุริมสิทธิ เป็นคนละเรื่อง มันผสมผสานระหว่างพันธบัตรและหุ้นสามัญเข้าไว้ด้วยกัน ทางกฎหมายคุณยังเป็นเจ้าของ แต่ในทางปฏิบัติมันเหมือนเจ้าหนี้มากกว่า คุณรอเงินปันผลที่ระบุไว้ชัดเจน เช่น 5% หรือ 7% ของราคาพาร์ ปีไหนบริษัทมีกำไรหรือไม่ก็ได้ เงินปันผลนี้ต้องจ่ายให้คุณก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ

สิ่งที่ดีกว่าของหุ้นบุริมสิทธิคือเมื่อเกิดเรื่องร้าย เงินทุนคุณจะได้รับคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ความเสี่ยงจึงต่ำกว่า แต่แลกกับอะไร? คุณไม่มีสิทธิโหวต ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ คุณเป็นแค่นักลงทุน Passive ที่นั่งรอเงินปันผล

มีหลายประเภทของหุ้นบุริมสิทธิที่ต้องระวัง บางตัวเป็นแบบสะสมปันผล ถ้าปีไหนบริษัทงดจ่ายปันผล ยอดเงินค้างจ่ายจะทดไว้ และต้องจ่ายทบต้นในปีถัดไป บางตัวไม่สะสม ปีไหนอด คืออดเลย ยอดเงินนั้นหายไป บางตัวแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทำกำไรส่วนต่างราคา บางตัวบริษัทมีสิทธิเรียกคืนได้ หากดอกเบี้ยในตลาดลดลง

ตอนนี้มาดูตัวอย่างจริงจากตลาดไทยกันดีกว่า เคสของธนาคารกรุงไทย KTB-P เป็นเรื่องที่น่าสนใจ KTB หุ้นสามัญมีปริมาณเทรดหลายร้อยล้านบาทต่อวัน แต่ KTB-P หุ้นบุริมสิทธิ? บางวันปริมาณการซื้อขายอาจเป็นศูนย์ หรือแค่หลักสิบหุ้นเท่านั้น ถ้าคุณไปซื้อ KTB-P ด้วยเงินก้อนใหญ่เพราะว่าปันผลดีกว่า แล้ววันไหนคุณต้องเงิน คุณอาจออกของไม่ได้ หรือต้องขายลดราคาจนเสียทุน นี่คือปัญหาสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ที่เป็นเรื่องใหญ่ของหุ้นบุริมสิทธิในไทย

อีกเรื่องที่ต้องระวัง คือ Interest Rate Risk ราคาหุ้นบุริมสิทธิแปรผกผันกับดอกเบี้ย ตอนนี้ดอกเบี้ยลดลง ราคาหุ้นบุริมสิทธิอาจเพิ่มขึ้น แต่เมื่อดอกเบี้ยขึ้นอีก ราคามันจะร่วงอย่างรุนแรง เพราะนักลงทุนเทขายไปซื้อพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ยดีกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า

แล้วเลือกอันไหนดี? มันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณหนุ่มสาว ยังมีเวลา และต้องการเติบโตไปกับธุรกิจ หุ้นสามัญคือคำตอบ ทนความผันผวนได้ ลองแปลงเงินไปเป็นความมั่งคั่ง

แต่ถ้าคุณเกษียณแล้ว หรือต้องการเงินสดสม่ำเสมอเพื่อใช้จ่ายรายเดือน หุ้นบุริมสิทธิอาจเหมาะกว่า ปันผลแน่นอน ไม่ต้องเฝ้าจอ ความเสี่ยงก็ต่ำกว่า แต่ต้องระวังเรื่องสภาพคล่อง ซื้อแบบที่มีการเทรดดี ๆ ไม่งั้นออกของไม่ได้

สิ่งที่ต้องเข้าใจ ไม่มีสินทรัพย์ไหนดีที่สุด มีแต่สินทรัพย์ที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ ศึกษาให้ลึก เข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้ถือหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ แล้วตัดสินใจเอง ความมั่งคั่งจะเป็นของคุณ
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário