ตอนนี้ผมเห็นเรื่องที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับวิธีที่ตลาดทำงานจริง ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความตึงเครียดทั่วโลก


O momento, vejo um assunto muito interessante sobre como o mercado realmente funciona na situação atual de tensão global.

สิ่งที่ขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พลังงาน ทองคำ หรือแม้แต่ดิจิทัลแอสเซท กลับมาอยู่ที่หลักการพื้นฐานเดียว
O que impulsiona o preço de todos os ativos, seja ações, energia, ouro ou até ativos digitais, volta ao mesmo princípio fundamental.

มันคือเรื่องของการต้องการซื้อและการต้องการขาย ดูเหมือนเรื่องง่ายแต่จริง ๆ มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ ผมต้องแยกออกมาคิดทีละส่วน
Trata-se do desejo de comprar e de vender. Parece simples, mas na verdade é muito mais complexo. Preciso separar e pensar em cada parte.

แล้วทำไมมันถึงสำคัญต่อการลงทุน เพราะว่าถ้าเราเข้าใจว่าแรงซื้อแรงขายมาจากไหน เราก็สามารถคาดการณ์ว่าราคาจะไปไหนได้
E por que isso é importante para investir? Porque, se entendermos de onde vêm as forças de compra e venda, podemos prever para onde o preço pode ir.

เริ่มจากด้านอุปสงค์กันก่อน นี่คือความต้องการซื้อในระดับราคาต่าง ๆ เมื่อราคาลดลง คนก็อยากซื้อมากขึ้น เมื่อราคาขึ้นไป ความต้องการซื้อก็ลดลง มันไม่ใช่เรื่องลึกลับ แต่เกิดจากสองอย่าง คือ ผลทางรายได้ที่เมื่อราคาลดลง ผู้ซื้อเหลือเงินมากขึ้นในกระเป๋า และผลทางการทดแทนที่เมื่อราคาลดลง สินค้านี้จึงดูน่าซื้อเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น
Começando pelo lado da demanda. Aqui está o desejo de comprar a diferentes níveis de preço. Quando o preço cai, as pessoas querem comprar mais. Quando o preço sobe, o desejo de comprar diminui. Não é algo misterioso, mas resultado de duas coisas: o efeito renda, onde, com a queda do preço, os compradores têm mais dinheiro na carteira, e o efeito substituição, onde, com a queda do preço, o ativo parece mais atraente em comparação com outras opções.

ปัจจัยที่มีผลต่ออุปสงค์ไม่ได้แค่ราคาเท่านั้น มีรายได้ของผู้ซื้อ ราคาของสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง รสนิยมของคน จำนวนผู้ซื้อในตลาด และการคาดการณ์ราคาในอนาคต นอกจากนี้ยังมีฤดูกาล นโยบายของรัฐ เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็เช่น สงครามในตัวกลางตะวันออก ทำให้ความต้องการน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมากเพราะเส้นทางการขนส่งหลักถูกปิด
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ไม่ใช่แค่ราคาเท่านั้น ยังรวมถึงรายได้ของผู้ซื้อ ราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง รสนิยม จำนวนผู้ซื้อในตลาด และการคาดการณ์ราคาสำหรับอนาคต นอกจากนี้ยังมีฤดูกาล นโยบายของรัฐ เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเส้นทางการขนส่งหลักถูกปิด

จากนั้นมาดูฝั่งอุปทาน ซึ่งเป็นความต้องการขายในระดับราคาต่าง ๆ กฎอุปทาน คือ ความสัมพันธ์ที่ตรงกันข้ามกับอุปสงค์ เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้ขายก็ยินดีขายมากขึ้น เมื่อราคาลดลง ผู้ขายก็ชะลอการขาย
ต่อมาดูด้านอุปทาน ซึ่งเป็นความต้องการขายในระดับราคาต่าง ๆ กฎของอุปทานคือ ความสัมพันธ์ตรงกันข้ามกับอุปสงค์ เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้ขายก็ยินดีขายมากขึ้น เมื่อราคาลดลง ผู้ขายก็ชะลอการขาย

ปัจจัยที่มีผลต่ออุปทานก็เยอะเหมือนกัน มีต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าอื่นที่ผู้ผลิตสามารถผลิตแทนได้ จำนวนคู่แข่งในตลาด เทคโนโลยี การคาดการณ์ราคาในอนาคต สภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ นโยบายภาษี ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความสามารถในการเข้าถึงเงินทุน
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปทานก็มีมากมาย เช่น ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าอื่นที่ผู้ผลิตสามารถใช้แทนได้ จำนวนคู่แข่งในตลาด เทคโนโลยี การคาดการณ์ราคาสำหรับอนาคต สภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ นโยบายภาษี ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความสามารถในการเข้าถึงเงินทุน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อมีการปิดเส้นทางจากสงครามในอิหร่าน น้ำมัน 20% ของโลกหายไปจากตลาดอย่างกะทันหัน ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานยังคงเหมือนเดิม ราคาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Supply Shock
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเส้นทางการขนส่งถูกปิดเนื่องจากสงครามในอิหร่าน น้ำมัน 20% ของโลกหายไปจากตลาดอย่างกะทันหัน ในขณะที่ความต้องการพลังงานยังคงเดิม ราคาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Shock อุปทาน (Supply Shock)

แต่ราคาที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในตลาดนั้นไม่ได้เกิดจากอุปสงค์หรืออุปทานเพียงอย่างเดียว มันเกิดขึ้นที่จุดดุลยภาพ ณ จุดที่เส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานตัดกัน ที่จุดนี้ราคาและปริมาณมีแนวโน้มที่จะไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ราคาที่แท้จริงในตลาดไม่ได้เกิดจากอุปสงค์หรืออุปทานเพียงอย่างเดียว มันเกิดขึ้นที่จุดสมดุล ซึ่งเป็นจุดที่เส้นอุปสงค์และอุปทานตัดกัน ที่จุดนี้ ราคาและปริมาณมีแนวโน้มที่จะไม่เปลี่ยนแปลง

เหตุผลคือ ถ้าราคาปรับขึ้นจากดุลยภาพ ผู้ขายจะขายมากขึ้นแต่ผู้ซื้อจะซื้อน้อยลง สินค้าจึงขึ้นคงคลัง ทำให้ราคากลับลงมา ในทางตรงกันข้าม ถ้าราคาปรับลงจากดุลยภาพ ผู้ซื้อจะซื้อมากขึ้นแต่ผู้ขายจะขายน้อยลง สินค้าจึงขาดแคลน ทำให้ราคากลับขึ้นมา
เหตุผลคือ ถ้าราคาปรับขึ้นจากสมดุล ผู้ขายจะขายมากขึ้นแต่ผู้ซื้อจะซื้อน้อยลง สินค้าจะสะสมในคลัง ทำให้ราคากลับลงมา ในทางตรงกันข้าม ถ้าราคาปรับลงจากสมดุล ผู้ซื้อจะซื้อมากขึ้นแต่ผู้ขายจะขายน้อยลง สินค้าจะขาดแคลน ทำให้ราคากลับขึ้นมา

เข้าใจประเด็นนี้หรือยัง เพราะว่าการนำหลักการนี้ไปใช้ในตลาดการเงินนั้นสำคัญมาก ในตลาดหุ้นนั่นแหละ ราคาหุ้นขึ้นลงก็เพราะแรงซื้อแรงขายที่ปะทะกัน
เข้าใจประเด็นนี้หรือยัง? เพราะการนำหลักการนี้ไปใช้ในตลาดการเงินเป็นสิ่งสำคัญมาก ในตลาดหุ้น ราคาขึ้นลงก็เพราะแรงซื้อและแรงขายที่ปะทะกัน

เมื่อข่าวดีออกมา ผู้ซื้อก็ยินดีซื้อที่ราคาสูงขึ้น ในขณะที่ผู้ขายก็ชะลอการขาย ราคาจึงปรับขึ้น ตรงกันข้ามเมื่อข่าวไม่ดีออกมา ผู้ซื้อก็ชะลอการซื้อ ผู้ขายก็ยินดีลดราคาลง ราคาจึงปรับลง
เมื่อข่าวดีออกมา ผู้ซื้อก็ยินดีซื้อในราคาที่สูงขึ้น ในขณะที่ผู้ขายชะลอการขาย ราคาจึงปรับตัวขึ้น ตรงกันข้าม เมื่อข่าวไม่ดีออกมา ผู้ซื้อก็ชะลอการซื้อ ผู้ขายก็ยินดีลดราคา ราคาจึงปรับตัวลง

ในตลาดการเงิน ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องในระบบ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน เมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนก็ไปหาผลตอบแทนในหุ้นมากขึ้น ทำให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น
ในตลาดการเงิน ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องในระบบ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน เมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนจะมองหาผลตอบแทนในหุ้นมากขึ้น ทำให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปทานก็มีนโยบายของบริษัท เช่น การซื้อหุ้นคืนหรือการเพิ่มทุน การเข้าจดทะเบียนใหม่ของบริษัท และข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎระเบียบ ปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันและส่งผลกระทบต่อกัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปทานรวมถึงนโยบายของบริษัท เช่น การซื้อหุ้นคืน การเพิ่มทุน การเข้าจดทะเบียนใหม่ และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันและส่งผลกระทบต่อกัน

ตอนนี้พูดถึงการใช้หลักการนี้ในการเทรด ผู้วิเคราะห์เทคนิคใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสังเกตแรงซื้อแรงขาย เช่น การดูแท่งเทียน ถ้าแท่งเทียนเป็นสีเขียว แสดงว่าแรงซื้อชนะ ถ้าเป็นสีแดง แสดงว่าแรงขายชนะ ถ้าเป็นโดจิ แสดงว่าทั้งสองฝ่างมีแรงเท่า ๆ กัน
ตอนนี้พูดถึงการใช้หลักการนี้ในการเทรด นักวิเคราะห์เทคนิคใช้เครื่องมือหลากหลายเพื่อสังเกตแรงซื้อแรงขาย เช่น การดูแท่งเทียน ถ้าแท่งเทียนเป็นสีเขียว แสดงว่ามีแรงซื้อชนะ ถ้าเป็นสีแดง แสดงว่ามีแรงขายชนะ ถ้าเป็นโดจิ แสดงว่าทั้งสองฝ่ายมีกำลังเท่ากัน

การดูแนวโน้มราคาก็ช่วยได้เหมือนกัน ถ้าราคาทำจุดสูงใหม่เรื่อย ๆ แสดงว่าอุปสงค์มีแรง ถ้าทำจุดต่ำใหม่เรื่อย ๆ แสดงว่าอุปทานมีแรง ถ้าเคลื่อนไหวในกรอบ แสดงว่าสมดุล
การวิเคราะห์แนวโน้มราคาก็เป็นประโยชน์เช่นกัน ถ้าราคาทำจุดสูงสุดใหม่เรื่อย ๆ แสดงว่าอุปสงค์มีแรง ถ้าทำจุดต่ำสุดใหม่เรื่อย ๆ แสดงว่าอุปทานมีแรง ถ้าราคาวิ่งในกรอบแสดงถึงสมดุล

เรื่องแนวรับแนวต้านก็เกี่ยวข้องกับอุปสงค์อุปทาน แนวรับคือจุดที่มีแรงซื้อรอซื้อ แนวต้านคือจุดที่มีแรงขายรออยู่
แนวรับและแนวต้านก็เกี่ยวข้องกับอุปสงค์และอุปทาน แนวรับคือจุดที่แรงซื้อรออยู่ แนวต้านคือจุดที่แรงขายรออยู่

มีเทคนิคที่เรียกว่า Demand Supply Zone ที่ใช้ในการจับจังหวะซื้อขาย เมื่อราคาวิ่งขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรวดเร็ว แล้วมาพักตัวในกรอบ เมื่อมีปัจจัยใหม่เข้ามา ราคาก็จะทะลุกรอบและวิ่งต่อในทิศทางเดิม หรือกลับตัว
มีเทคนิคที่เรียกว่า Demand Supply Zone ซึ่งใช้ในการจับจังหวะซื้อขาย เมื่อราคาวิ่งขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว แล้วพักตัวในกรอบ เมื่อมีปัจจัยใหม่เข้ามา ราคาก็อาจทะลุกรอบและเคลื่อนไปในแนวเดิม หรือกลับตัว

การกลับตัวเป็นขาขึ้นเรียกว่า DBR เกิดจากราคาดิ่งลง พักตัว แล้วกลับขึ้น การกลับตัวเป็นขาลงเรียกว่า RBD เกิดจากราคาวิ่งขึ้น พักตัว แล้วกลับลง
การกลับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นเรียกว่า DBR ซึ่งเกิดจากราคาดิ่งลง พักตัว แล้วกลับขึ้น การกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลงเรียกว่า RBD ซึ่งเกิดจากราคาวิ่งขึ้น พักตัว แล้วกลับลง

แนวโน้มต่อเนื่องก็มีสองแบบ RBR คือวิ่งขึ้น พักตัว วิ่งขึ้นอีก DBD คือดิ่งลง พักตัว ดิ่งลงอีก
แนวโน้มต่อเนื่องก็มีสองแบบ RBR คือ วิ่งขึ้น พักตัว แล้ววิ่งขึ้นอีก DBD คือ ดิ่งลง พักตัว แล้วดิ่งลงอีก

สรุปมันคือ อุปสงค์และอุปทานไม่ใช่แค่แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ มันเป็นกุญแจในการเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร นักเทรดและนักลงทุนสามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ราคาได้ การเรียนรู้เรื่องนี้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนและศึกษาจากราคาจริงเพื่อให้เห็นภาพชัด
สรุปแล้ว อุปสงค์และอุปทานไม่ใช่แค่แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ แต่มันเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร นักเทรดและนักลงทุนสามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ราคาได้ การเรียนรู้เรื่องนี้ไม่ยาก แต่ต้องฝึกฝนและศึกษาจากราคาจริงเพื่อให้เข้าใจภาพรวมอย่างชัดเจน
Ver original
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário