จริงๆ แล้ว trendline คือ เครื่องมือที่ง่ายมากในการเทรด แต่มันช่วยได้เยอะเลยถ้าเราใช้มันถูกวิธี เพราะมันบอกเราได้ว่าราคากำลังไปไหน แนวรับแนวต้านอยู่ที่ไหน และยังช่วยคาดการณ์ราคาในอนาคตได้ด้วย



มาดูกันว่า trendline คือ อะไรจริงๆ กับวิธีการใช้มันในการเทรดจริง

ตัวเส้น trendline นั้นทำได้ง่ายๆ ก็แค่ลากเชื่อมจุดต่างๆ ของราคา อย่างน้อย 3 จุด แล้วเราก็จะเห็นแนวโน้มชัดเจนขึ้น เส้นนี้ไม่มีสูตรตายตัว แต่มีหลักการคร่าวๆ ที่ทำให้เราสามารถปรับใช้ได้ตามสถานการณ์ราคา

ตัวอย่างเช่น trendline ที่เฉียงขึ้นจากซ้ายไปขวา บอกเราว่าแนวโน้มขาขึ้น ราคาจะเคลื่อนตัวอยู่เหนือเส้นนี้ เราสามารถใช้มันเป็นแนวรับแล้วซื้อที่จุดนั้น ในทางกลับกัน trendline ที่เฉียงลงบอกเราว่าแนวโน้มขาลง ราคาเคลื่อนตัวใต้เส้น เราก็ใช้มันเป็นแนวต้านแล้วขายตรงนั้น

เรื่องที่สำคัญคือ trendline ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ผิดได้ ต้องลากจากจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดของแท่งเทียน ไม่ใช่ตัดผ่านตัวแท่งเทียน ถ้าตัดผ่านแล้ว มันบอกเราว่าราคากำลังออกจากเส้นนี้ไปแล้ว

ในการเทรดจริง trendline มักใช้คู่กับกลยุทธ์ Swing Trade โดยเราจะเข้าทำรายการที่จุดที่ราคาและเส้น trendline สัมผัสกัน ขั้นตอนคือสังเกตจุดกลับตัวของแนวโน้มก่อน หาจุดสวิงอย่างน้อย 3 จุด แล้วลากเส้น trendline เชื่อมเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นสังเกตว่าราคาจะเคลื่อนตัวตามเส้นนี้ตลอด หรือจะหลุดไปจากเส้น

มีกลยุทธ์ที่นิยมใช้กับ trendline สองแบบ แบบแรกคือการเบรค trendline แล้วดึงกลับ เราจับจังหวะที่ราคาเบรกออกจากเส้น แล้วดึงกลับมาทดสอบเส้นนี้อีกครั้ง ถ้าเส้นเก่าไม่สามารถกั้นไว้ได้ มันก็เปลี่ยนเป็นแนวต้าน และราคาเปลี่ยนเป็นแนวโน้มใหม่ เราสามารถเข้าทำรายการตามแนวโน้มใหม่นี้ได้

แบบที่สองคือการดีดตัวจากเส้น trendline เมื่อราคาบีบตัวเข้าหาเส้น trendline ที่ทดสอบมาหลายครั้งแล้ว มันจะเป็นแนวรับแนวต้านที่แข็งแกร่ง ราคามักจะดีดตัวออกจากเส้นแทนที่จะหลุดไป เราสามารถจับจังหวะรูปแบบราคา เช่น ธง หรือ สามเหลี่ยม แล้วเข้าทำรายการตามการดีดตัวของราคา

แต่ต้องระวังเรื่องการเบรกที่ไม่จริง (False Breakout) เพราะบางครั้งราคาเบรกออกจากเส้น trendline ไป แต่กลับมาเคลื่อนตัวในแนวโน้มเดิม ถ้าเราเข้าทำรายการแบบไม่ระวัง เราจะตัดขาดทุนไปเปล่า

วิธีหลีกเลี่ยงคือดูว่าการเบรกมาพร้อมปริมาณการซื้อขายมากหรือเบา ถ้าปริมาณเบา มันอาจเป็นการเบรกที่ไม่จริง และดูว่าการเบรกมีการทดสอบแนวรับแนวต้านเก่าหรือไม่ ถ้าไม่มี มันอาจไม่แข็งแกร่งพอ นอกจากนั้น ใช้เครื่องมือหลายตัวประกอบกันเช่น MA หรือ Divergence เพื่อยืนยันการเบรก

จริงๆ ไม่มีวิธีไหนที่จะป้องกัน False Breakout ได้ 100% แต่เราสามารถลดโอกาสโดนหลอกได้ด้วยการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เสมอ เพื่อจำกัดความเสียหายถ้าเกิดการเบรกที่ไม่จริง

สรุปแล้ว trendline คือ เครื่องมือที่ง่ายแต่ทรงพลัง ถ้าเราเข้าใจวิธีใช้มันและข้อควรระวัง มันจะช่วยให้เราทำกำไรได้มากขึ้นและลดความเสี่ยงในการขาดทุน
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário