ลองถามตัวเองนะว่า ราคาสินทรัพย์ที่เราเห็นในตลาดนั้นเกิดมาจากไหน ทำไมบางครั้งราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งถึงลงแรงเหลือเกิน



คำตอบก็คือ อุปสงค์และอุปทาน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พลังงาน ทองคำ หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัล

แต่เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด กฎของอุปสงค์และอุปทาน กล่าวว่าอย่างไร ถึงกำหนดทุกอย่างในตลาด ลองมาดูกันว่ามันทำงานเป็นอย่างไร

เริ่มจากอุปสงค์ก่อนครับ มันคือความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการที่ระดับราคาต่างๆ ถ้าราคาลดลง ผู้คนก็อยากซื้อมากขึ้น เพราะสินค้าถูกลง แต่ถ้าราคาเพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อก็ลดลง เรียบง่ายใช่ไหม

ส่วนอุปทาน คือความต้องการขายจากฝั่งผู้ขาย ตรงกันข้ามกับอุปสงค์เลย เมื่อราคาสูง ผู้ขายยินดีขายมากขึ้น แต่ถ้าราคาต่ำ ผู้ขายก็จะลดปริมาณที่เสนอขาย

นี่คือจุดสำคัญ กฎของอุปสงค์และอุปทาน กล่าวว่าราคาที่เกิดขึ้นจริงในตลาดนั้นเกิดที่จุดดุลยภาพ ที่เส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานตัดกัน ที่จุดนี้ ปริมาณที่ผู้ซื้ออยากซื้อพอดีกับปริมาณที่ผู้ขายอยากขาย

มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ราคาก็จะไม่นิ่ง ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานนี้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันดิบที่ไหลผ่านจุดนี้ประมาณ 20% ของโลกหายไปจากตลาด นี่คือ supply shock ที่แรง ขณะที่ความต้องการใช้พลังงาน (demand) ยังคงเหมือนเดิม ผลก็คือราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปสูงเพราะสินค้าขาดแคลน

เรื่องนี้มีประโยชน์กับการลงทุนอย่างไร ถ้าเราเข้าใจ กฎของอุปสงค์และอุปทาน กล่าวว่าเป็นอย่างไร ก็สามารถคาดการณ์ราคาได้ดีขึ้น

สำหรับการวิเคราะห์พื้นฐาน เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง มันบ่งบอกว่ามีแรงขายมาก แต่ถ้าราคาปรับขึ้น แสดงว่าแรงซื้อแข็งแรง ซึ่งเกิดจากการคาดการณ์ผลประกอบการ การเติบโตของบริษัท หรือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคต่างๆ

ส่วนการวิเคราะห์เทคนิค นักเทรดใช้เครื่องมือต่างๆ เช่นการดูแท่งเทียน Support Resistance หรือแนวโน้มราคา เพื่อหาจังหวะที่อุปสงค์และอุปทานเปลี่ยนแปลง

มีเทคนิคที่นิยมใช้คือ Demand Supply Zone ที่มองหาจุดที่ราคาเสียสมดุล แล้วคาดการณ์ว่าราคาจะแกว่งตัวเพื่อหาดุลยภาพใหม่ ตัวอย่างเช่น Demand Zone Drop Base Rally (DBR) เกิดจากแรงขายแรง ราคาดิ่งลง แล้วเกิดการพักตัว จากนั้นเมื่อแรงซื้อกลับมา ราคาก็วิ่งขึ้นอีกครั้ง

การเข้าใจ กฎของอุปสงค์และอุปทาน กล่าวว่าอย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราลองนำไปใช้จริงๆ ดูราคาจริงในตลาด ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ เช่น ความเชื่อมั่นของนักลงทุน นโยบายของธนาคารกลาง สภาพคล่องในระบบ และปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปทาน เช่น นโยบายของบริษัท การเข้าจดทะเบียนใหม่ กฎระเบียบต่างๆ

เมื่อเราเห็นภาพได้ว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อราคาอย่างไร การตัดสินใจลงทุนก็จะมีหลักการมากขึ้น แล้วไม่ต้องพึ่งพาโชคหรือข่าวลืออีกต่อไป
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário
  • Fixado